Categories
ข่าวกีฬา

“พลาดทีเดียวถึงขั้นแพ้”

ขอทีเดียว เฉือน หนองบัว 1-0 ประเดิมนัดแรกในลีกสูงสุด

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดเปิดซีซั่น 2022/23 ณ สนามห้วยกระทิง ลำปาง เอฟซี ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นทีมสุดท้าย จะต้องพบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว แถมทำผลงานขั้นเซอร์ไพรส์ ด้วยการจบอันดับ 5 สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-4-2 ขณะที่ทีมเยือนปรับเป็น 4-3-3 

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นทั้ง 2 ทีมต่างมีความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง เริ่มจาก ลำปาง ที่ใช้ตัวเก่าจากลีกรองเป็นตัวหลัก ซึ่งมันช่วยให้การวิ่งไล่บอลในแดนตัวเองเกิดความแน่หนาในเกมรับ แต่เมื่อตัวเองได้บอลและจะทำเกมรุก รูปแบบการเข้าทำไม่มีทีมเวิรค์และเน้นความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะต่างชาติ ทำให้การจบสกอร์แบบหวาดเสียวแทบไม่มีให้เห็น ส่วนทางฝั่งหนองบัว รูปเกมดูดีกว่า กระนั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประสิทธิภาพในเกมรุกค่อนข้างทดถอยเพราะการให้บอลและโยนไปให้กองหน้าขาดความแม่นยำ รวมถึงการต่อบอลที่ยังดูติดๆขัดๆ อย่างไรเสียพวกเขาก็มีโอกาสเหน่งๆ แล้วดันทำไม่ได้เอง

ครึ่งหลังเริ่มมาได้แค่ 27 วินาที ลำปาง ขึ้นนำ 1-0 จากการเปิดบอลแล้วโหม่งไม่ดี แต่ผู้รักษาประตูกับกองหลังของทีมเยือนดันสื่อสารกันไม่ดี ทำให้บอลลั่นจนไปเข้าทางผู้เล่นลำปาง ได้โหม่งระยะเผาขน จากนั้นหนองบัว ยังคงเดินหน้าบุกต่อ โดยพยายามเล่นแบบเดิม คือ การต่อบอลและโยนจากด้านข้าง รวมถึงการวางบอลแทงเพื่อเล่นกับไลน์กองหลัง ซึ่งก็มีโอกาสและน่าได้ประตูตีเสมอ แต่ก็ยังไม่ได้ ขณะที่รถม้ามรกต หลังจากขึ้นนำไปแล้ว ก็ได้สวนกลับแบบนานๆครั้ง อีกทั้งการสวนขึ้นมาก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำให้จบเกมด้วยชัยชนะ 1-0 ของเจ้าถิ่น

บทสรุปจากเกม ลำปาง เอฟซี ถือว่าออกสตาร์ทได้สวยกับชัยชนะนัดแรกตั้งแต่วันเปิดหัวซีซั่น กระนั้นหากเจาะลึกลงไปที่ฟอร์มการเล่น ศักยภาพของนักเตะค่อนข้างเป็นรองจากทีมอื่นๆในลีกสูงสุด โดยจากที่เห็นในนัดนี้ พวกเขาพยายามจะเล่นเกมรับให้เหนียวแน่น แต่ก็โดนเจาะเข้ามาอยู่ตลอด อย่างไรก็ดีด้วยความที่คู่แข่งไม่คม มันก็เป็นผลให้พวกเขาไม่เสียประตู ส่วนประตูที่ได้มาก็เป็นส้มหล่นลูกใหญ่ แล้วหากเกมนี้ไม่มีจังหวะนี้ รถม้ามรกตทำได้เต็มที่คือเสมอ ขณะที่ หนองบัว พิชญ เอฟซี พยายามเล่นแบบเดิมๆเหมือนฤดูกาลที่แล้ว แต่พอตัวผู้เล่นมีการเปลี่ยนแปลง ประสิทธิภาพที่เคยทำได้มันดูลดลง ทำให้นับจากนี้ต้องรีบปรับจูนทีมให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นพญาไก่ชนจะลำบากแน่นอน

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“แฮร์มิลตันมา อะไรก็ง่าย”

หนองบัว ปิดท้ายสวยหรู บุกถล่ม โคราช คาบ้าน 0-4 คว้าอันดับ 6

  ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่ในวันนี้ได้กลับมาเล่นปิดท้ายในรังเหย้าแบบไร้ความกังวล จะต้องพบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่อยากได้ 3 แต้ม เพื่อเก็บสถิติและทำอันดับให้สูงที่สุด สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ส่วนทีมเยือนเป็น 4-4-2 พร้อมกับหวนคืนสู่สนามของ แฮร์มิลตัน

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น หนองบัว ออกสตาร์ทได้ดีกว่า อีกทั้งวันนี้เมื่อพาบอลมาถึงแดน 3 จะเน้นปาดออกไปทางซ้ายให้ จิรพันธ์ ได้ลากคัดเข้ามาเพื่อโจมตี กระนั้นประตูนำ 0-1 มาจากการปาดบอลของ แฮร์มิลตัน ออกไปทางขวา แล้วเจ้าตัววิ่งเข้ากรอบเขตโทษเพื่อรอโหม่งบอล ซึ่งมันสุดยอดตรงที่มีคนยืนล้อม 3 คน แต่เอาไม่อยู่เลย ส่วนทางฝั่ง นครราชสีมา เกมทางด้านริมเส้นแทบจะแผงฤทธิ์ไม่ออก จะมีเพียงแค่ 1-2 ครั้ง ที่ได้เปิดแล้วเกือบได้ประตู

ครึ่งหลังกลายเป็น หนองบัว ได้โชว์แบบจัดเต็ม เริ่มจากประตู 0-2 ที่แฮร์มิลตัน ได้รับและไหลย้อนให้ เลอสันต์ วิ่งมาซัด และสกอร์ไหลเป็น 0-3 เมื่อไปเตะ ทาร์เดลี่ จากข้างหลังจนได้จุดโทษ จากนั้นพญาไก่ชนก็ยังบุกอยู่เรื่อยๆ แต่โอกาสเฉี่ยวไปมา กระทั่งท้ายเกม ช่องกว้างมหาศาลที่ถูกเปิดไว้ เหล่าลูกทีมของโค้ชวังจึงจัดการกระซวกตาข่ายแบบไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ส่วนทางฝั่งโคราช 45 นาที เสียบอลง่ายจนต้องได้แต่ตั้งรับ ซึ่งการไม่ได้บอลก็เท่ากับไม่ได้บุกไปโดยปริยาย

บทสรุปจากเกม นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง เพราะได้เล่นในบ้านและคู่แข่งไม่ใช่ทีมใหญ่ แต่ตัวเองไม่เคยมีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีกับการครองบอลเพื่อทำเกมบุก ซึ่งมีให้เห็นแบบเหน่งๆแค่ 1-2 ครั้งเท่า ส่วนเกมรับในครึ่งแรกไปลูกเดียว แต่พอเข้าสู้ครึ่งหลังเหมือนเขื่อนแตก เพราะเปิดพื้นที่จนโดนยิงแบบขาดลอย ส่วนทางฝั่ง หนองบัว พิชญ เอฟซี การกลับมาของ แฮร์มิลตัน ช่วยให้ทีมมีศักยภาพที่น่ากลัวขึ้น แล้วเพื่อนร่วมทีมก็มีฮึดตามด้วย ทำให้ในครึ่งแรกได้สกอร์นำตามต้องการ ขณะที่ครึ่งหลัง พอพวกเขาได้ประตูทิ้งห่าง 0-2 ก็ยังเลือกที่จะบุกต่อ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นสปิริตขั้นสูง เพราะแม้ว่าอันดับจะการันตีแล้ว แต่ก็ยังเล่นแบบเต็มที่อยู่

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“ไม่มีแฮร์มิลตัน หนองบัวก็แค่ไก่บ้าน”

หนองบัว ขาดแฮร์มิลตัน ก่อนบุกพ่าย ท่าเรือ ขาดลอย 3-0

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 29 คู่สุดท้ายของวันอาทิตย์ ณ สนามแพท สเตเดี้ยม การท่าเรือ เอฟซี ที่เหลือเพียงทำผลงานให้ดีที่สุดในยุคของจเด็จ มีลาภ จะต้องพบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่ในตอนนี้มีลุ้นทำอันดับให้สูงที่สุดสำหรับประวัติศสตร์ของสโมสร ส่วนในเรื่องผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-4-2 ขณะที่ทีมเยือนเป็น 5-4-1      

ก่อนเกมจะเริ่มและในระหว่างแข่งช่วงต้นเกม ฝนตกสนามลื่นทำให้การต่อบอลยากลำบาก นั่นจึงทำให้ทั้ง 2 ทีมยังตั้งเกมไม่ติด กระนั้นเพียง 17 นาที หนองบัว พิชญ ต้องมาเลือก 10 เพราะ แรมซี่ย์ น็อตหลุดไปตบหู ธนบูรณ์ ทำให้สถานการณ์ก่อนเกมที่ไม่มี แฮร์มิลตัน ก็ว่าแย่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแย่และเป็นรองกว่าเดิม ส่วนทางฝั่ง การท่าเรือ มีความได้เปรียบแต่ขึงบุกไม่ได้ อย่างไรเสียก็ยังมีจังหวะจบที่น่าได้สุดๆ แต่เหลี่ยมบอลไม่เป็นใจ  

ครึ่งหลัง การท่าเรือ ออกมาเล่นเกมบุก แล้วเพียงนาทีที่ 47 ก็ได้ประตูนำ 1-0 จากการเปิดเลียดของ ปกรณ์ แล้ว ยุทธพงษ์ สกัดพลาด ก่อนที่ กิตติคุณ จะพลาดต่อด้วยการรับหลุดมือ จากนั้นนาทีที่ 64 การท่าเรือมาได้ประตูทิ้งห่าง 2-0 จากการเปิดเลียดคล้ายๆกัน แต่คราวนี้ ซัวเรส ได้ยิงจ่อๆ ขณะที่ลูกปิดกล่อง 3-0 เป็นการโต้กลับ ซึ่งต้องชม ธีรศักดิ์ ที่ลากขึ้นมาและจ่ายให้ นูรูณ ยิง ส่วนทางฝั่ง หนองบัว เกมรับค่อนข้างรั่ว ยืนตำแหน่งหลุดและเปิดพื้นที่ให้เจ้าบ้านได้เปิดง่ายๆ ไม่ต่างจากเกมรุกที่พอไม่มีแฮร์มิลตัน ก็บุกไม่ขึ้นและไม่มีจังหวะจบแบบหวาดเสียวให้เห็น

      บทสรุปจากเกม การท่าเรือ เอฟซี ในครึ่งแรกเหมือนเสียเวลาไปแบบเปล่าประโยชน์ เพราะไม่สามารถทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน แม้คู่แข่งจะเหลือ 10 คน ตั้งแต่นาทีที่ 17 กระนั้นยังดีที่ครึ่งหลังได้ประตูเร็ว ทำให้ความมั่นใจเริ่มมาและยิงทิ้งห่างได้ ขณะที่ หนองบัว พิชญ เอฟซี พอออกไปเล่นทีมเยือนก็มักมีลักษณะแบบนี้ คือ เกมรับรั่วไหล แล้ววันนี้ดันมีความผิดพลาดส่วนบุคคลเข้ามาประกอบ

สุดท้ายจึงเสียประตูง่ายและเยอะ ไม่ต่างจากเกมรุกที่พอขาด แฮร์มิลตัน ไป พิษสงก็หมดไปด้วย ดังจะเห็นได้จากวันนี้ไม่ปรากฏให้เห็นถึงการโยนหรือลากเลี้ยงบอลขึ้นไปจาก ทาร์เดลี่ ซึ่งตรงจุดนี้ถือว่าน่าเป็นห่วงหากดาวยิงชาวบราซิลไม่อยู่ต่อ เพราะขนาดไม่อยู่บางแมตช์ ยังสร้างความแตกต่างได้ขนาดนี้ ฉะนั้นหากไม่มีถาวร พญาไก่ชนอาจเป็นทีมหนีตายก็เป็นได้

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“ตาม 2 ที ไม่หวั่น นำทีเดียวชนะเลย”

หนองบัว ตาม 2 หน ก่อนรัวแซง ประจวบ ท้ายเกม 2-3

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 27 ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ณ สนามสามอ่าว สเตเดี้ยม พีที ประจวบ เอฟซี ที่ผลงายช่วงหลังย่ำแย่จนต้องกลับมาหนีตาย จะต้องพบกับ พญาไก่ชน หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่สถานการณ์ลอยลำและไร้ความกดดันใดๆ ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 3-5-2 ขณะที่ทีมเยือนวาง 5-3-2 เพื่อรับลึกแบบเต็มสูบ

ในช่วง 20 นาทีแรกของเกม ต่างฝ่ายต่างระวังและต่างฝ่ายต่างเล่นเกมรุกได้ไม่ดีทั้งคู่ ทำให้รูปเกมที่ออกมาค่อนข้างน่าเบื่อ กระนั้นในนาทีที่ 23 พีที ประจวบ ชิงนำ 1-0 จากการต่อบอลขึ้นมาและไหลมากรอบเขตโทษให้ วันเฉลิม ยิงเสียบเสา ซึ่งการป้องกันของทีมเยือนทำได้ดีแล้ว ยกเว้น กิตติคุณ ที่ควรจะเซฟได้ มิใช่ยืนขาตาจเสมือนสุดปัญญาแบบนั้น จากนั้นในอีก 20 นาทีกว่าๆ ทั้งประจวบและหนองบัว ต่างมีความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆจนไม่สามารถครองบอลให้ปะติดปะต่อได้

ครึ่งหลัง หนองบัว มาตีเสมอ 1-1 จากฟรีคลิกที่ไม่ควรได้ เพราะมันไม่มีการผลักและปะทะแม้แต่น้อย ทำให้ผลพวงจากฟรีคลิกลูกนี้ คือ การเปิดไปให้ แฮร์มิลตัน ได้โฉบโหม่งเข้าไป กระนั้นไล่หลังเพียงนาทีกว่าๆ แนวรับทีมเยือนไหจ่ายบอลติด โมต้า ทำให้ได้บอลและลากเข้าไปยิงให้ ประจวบ ขึ้นนำ 2-1 อย่างไรก็ดี หนองบัว ไม่แกว่งและพยายามหาช่องโจมตี กระทั่งมาได้ประตีเสมอ 2-2 จากการเปิดของ เลอสันต์ ที่ไม่แม่นนัก แต่ แฮร์มิลตัน โชว์ความเหนือชั้นด้วยการโหนโหม่งให้เสียบเสาไกล ซึ่งจากสกอร์ที่ออกมาเช่นนี้ ประจวบ ไม่ต้องการ 1 แต้ม เพราะมันจะส่งผลต่อการหนีตาย ฉะนั้นจึงต้องบุก แต่การโดนสวนกลับในนาที 83 มันได้พราก 3 แต้ม ไปจากต่อพิฆาต จากการสวนกลับของ ทัพ พญาไก่ชน โดย ทาร์เดลี่ สุดท้ายเมื่อจบเกม ทีมเยือนได้ปาดหน้าชนะไป 2-3  

      บทสรุปจากเกม พีที ประจวบ เอฟซี ได้ขึ้นนำถึง 2 ครั้งในเกมนี้ แต่ดันปิดเกมไม่ได้ ซึ่งหากมองที่แผงเกมรับ มันไม่ถึงขั้นผิดพลาด แต่มันไม่ดีมากพอที่จะสยบแนวรุกคู่แข่งที่มีความอันตราย ส่วนทางฝั่ง หนองบัว พิชญ เอฟซี ต้องเล่นเกมรับเป็นหลัก แถมมีความผิดพลาดส่วนบุคคลเกิดขึ้นทั้ง 2 ลูก ขณะที่เกมโต้กลับและเกมรุกแทบจะไม่ได้ทำงาน แต่ที่วันนี้ได้ 3 แต้ม ต้องชม 2 แนวรุกที่ใช้โอกาสไม่สิ้นเปลื้อง เพราะขอแค่ป้อนบอลถึง โอกาสเป็นประตูก็สูงตาม ฉะนั้นจึงต้องกล่าวว่าพวกเขาเล่นไม่ดี แต่ที่ชนะเพราะยิงได้มากกว่าเท่านั้น

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“แชมป์สักที จากที่เกร็งมานาน” 

บุรีรัมย์  ฝ่าความเกร็ง ถล่ม หนองบัว 0-3 ปิดจ็อบแชมป์ลีก 

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 26 ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ณ สนามพิชญ สเตเดี้ยม หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่มีผลงานโดดเด่นยามเล่นในบ้าน จะต้องทำดาร์บี้แมตช์อีสานกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ชะตาการคว้าแชมป์อยู่ในตัวเอง โดยหากชนะจะเป็นแชมป์ทันที แต่ถ้าเผด็จศึกไม่ลงก็ต้องไปลุ้นนัดสุดท้าย สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านเปลี่ยนมาใช้ 4-4-2 ส่วนทีมเยือนก็เปลี่ยนเช่นกันเป็น 4-3-3      

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น บุรีรัมย์ เป็นฝ่ายบุกใส่ตามคาด แต่การบุกที่ปรากฏยังเกร็งๆเหมือนหลายนัดที่ผ่านมา ทำให้เมื่อเจอแนวรับที่เหนียวแน่นของเจ้าถิ่น จึงเจาะเข้าไปไม่ได้ กระนั้นผู้เล่นของฝั่งปราสาทสายฟ้า ก็ได้แสดงให้เห็นการเล่นให้ชัวร์ให้นิ่งที่สุด แล้วค่อยจ่ายหรือยิง อย่างไรก็ดีโชคและจังหวะได้เข้ามาช่วยปลดล็อคให้ บุรีรัมย์ ในนาทีที่ 39 ด้วยประตู 0-1 จากการไปฉกบอลของ ศุภโชค แล้วลากไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจะจ่ายกลับมาหน้าประตู ซึ่งกองหลังเจ้าถิ่นสกัดไม่ถึง และผู้น้องอย่าง ศุภณัฏฐ์ ได้วิ่งเข้าชาร์ตพอดี ส่วนทางฝั่ง หนองบัว พิชญ วันนี้ได้แต่เล่นเกมรับ เพราะการสวิตช์บอลจากรับเป็นรุกมักเสียกลางทาง ทำให้กองหน้าทั้ง 2 คน แทบหายไปจากเกม จนต้องอาศัยการยิงไกลเพียงอย่างเดียว  

ครึ่งหลัง หนองบัว พยายามจะครองบอลเพื่อทำเกมบุก แต่การครองบอลในทุกครั้งมักเสียคืนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องเสียแรงกลับไปตั้งรับ กระทั่งโดนยิงทิ้งห่าง 0-2 จากการเล่นที่ไม่ละเอียด อีกทั้งการปั๊มบอลที่ไม่ได้เปรียบ ดันไม่ตามต่อให้สุดทาง และแนวรับด้านในก็ไม่มองตัวที่วิ่งขึ้น ทำให้ ธีราทร ได้ขึ้นมายิงโล่งๆ ส่วนในช่วงท้ายเกม บุรีรัมย์ มาได้ประตู 0-3 ปิดกล่อง จากการทำชิ่งและหลุดข้าไปยิง

      บทสรุปจากเกม หนองบัว พิชญ เอฟซี ในวันนี้ ถือว่าเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน ไล่ตั้งแต่เกมรับที่เหนียวแน่นในช่วง 0-0 แต่พอเสียประตูอาการรั่วมาทันที ส่วนเกมรุกไม่สามารถลำเลียงบอลไปขึ้นหน้าเป้าได้ ทำให้เกมนี้เป็นต้องหมดพลังงานไปกับการตั้งรับ ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาการเกร็งแบบที่ผ่านยังมีอยู่ แต่พอได้ประตูเหมือนทุกอย่างถูกปลดล็อค จากนั้นขอแค่เล่นไปตามเกม ซึ่งเมื่อมีโอกาสก็ยิงทิ้งห่างได้ ทำให้เกมนี้เล่นง่ายในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายและปิดจ็อบแชมป์ไทยลีกได้สำเร็จเสียที

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“โดนก่อน แล้วรัวคืนยับ”

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 3 ในค่ำคืนวันเสาร์ ชลบุรี เอฟซี กลับมาเปิดรังเหย้าของตัวเอง

ด้วยการรับน้องใหม่อย่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่หวังจะมาเก็บแต้มออกไป สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบ 4-4-2 ส่วนทางด้านทีมเยือนใช้ 4-2-3-1

ในช่วงต้นเกม ยังไม่ทันได้ออกรสออกชาติเท่าไร หนองบัว ก็ชิงจังหวะได้ประตูนำ 0-1 จากการยิงเต็มข้อที่รุนแรงและทิศทางพอได้ แต่ผู้รักษาประตูมือรองอย่าง ทัตพิชา อักษรศรี ดันปัดไม่ออกเสียอย่างนั้น อย่างไรก็ดี ชลบุรี ไม่มีอาการแกว่งและยังคงเล่นตามแท็กติกที่วางมา นั่นคือ การขึ้นเกมจากแดนหลัง จะเน้นการแทงและพาไปข้างหน้า ไม่มีการจ่ายขวางหรือเปลี่ยนแกน ซึ่งการเล่นลักษณะนี้ช่วยให้ฉลามชลได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการโหม่งของ มูริลโล่ กระนั้นแนวรับของหนองบัว ก็ยืนตำแหน่งกันไม่ดี เพราะยืนอยู่ตรงนั้นหลายคน แต่ปล่อยให้ตัวรุกที่มีแค่คนเดียวได้เกร็งคอรอโหม่งแบบไร้การรบกวน

หลังจากได้ประตูตีเสมอ ชลบุรี สามารถครองเกมไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพระสามารถตัดการขึ้นเกมรุกของคู่แข่งได้ตั้งแต่กลางสนาม ทำให้ที่เหลือ คือ ขึ้นบอลจากหลังสู่หน้าและทำสกอร์ จนมีโอกาสเหน่งๆหลายหน แต่ทำไม่ได้เอง อีกทั้งหลายหนที่ขึ้นมานี้ ก็เริ่มเห็นได้ว่าแนวรับหนองบัว มีปัญหา เพราะไม่สามารถจัดระเบียบเกมรับให้ทันต่อการรุกเข้ามาอย่างรวดเร็ว อย่างไรเสียในช่วงทดเวลา ชลบุรี มาได้จุดโทษจาก VAR และเป็นประตูขึ้นนำ 2-1  

การเสียประตูของหนองบัว มีผลให้แท็กติกในครึ่งหลังเปลี่ยนไป เพราะโค้ชวังสั่งให้ลูกทีมเปิดเกมบุก แล้วก็ทำได้ดีจริงๆ เพราะสามารถขึงบุกใส่เจ้าบ้านได้อย่างอยู่หมัด ผ่านการขึ้นทางริมเส้นและโจมตี ซึ่งการเปิดบอลไปมาก็เกือบที่จะได้ประตูตีเสมอ แต่จังหวะไม่ลงล็อค หรือเมื่อมีโอกาสเหน่งๆ ก็ดันทำหมูหกไป กระทั่งเกมครึ่งหลังผ่านไปครึ่งทาง ดีกรีความโหดเหี้ยมก็ลดลง เพราะแนวรับฉลามชล เริ่มจะจับทางได้มากขึ้น พร้อมกับมีเกมโต้กลับแบบเสียวๆเล่นงาน แต่กว่าจะลงโทษได้สำเร็จก็ต้องรอถึงช่วงท้ายเกม จาก เสฏวุฒิ วงค์สาย ที่ยิงได้อย่างยอดเยี่ยม

        ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ชลบุรี เอฟซี เล่นได้ดีตามมาตรฐาน แม้จะเสียประตูขึ้นนำไปก่อน แต่กระนั้นก็มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ต้องไปปรับ ได้แก่ เกมรับที่ไม่ควรเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเข้าฮอตบอลในเขตโทษ เกมรุกที่ไม่ควรใช้จังหวะสิ้นเปลือง ส่วนทางฝั่ง หนองบัว พิชญ เอฟซี แนวรับทำหน้าที่ได้ดี แต่พอเจอการเล่นบอลเร็ว ดันออกอาการรวน อีกทั้งยังมาผิดพลาดเสียฟาวล์และเสียจุดโทษ จึงยิ่งไปกันใหญ่ ขณะที่เกมรุกมีไอเดียไม่มาก ทำให้ไม่สามารถกดหัวคู่แข่งได้ตลอดรอดฝั่ง      

ติดตามข่าวสารกีฬาในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาลใหม่ ใกล้เปิดฉากแล้วในสัปดาห์หน้า ซึ่งก่อนจะเริ่มการแข่งขัน สิ่งที่ทุกคนล้วนคาดเดาและทำนาย คือ ทีมที่มีโอกาสเป็นแชมป์และตกชั้น โดยจาก 16 ทีม จะมีทีมไหนที่ดูสุ่มเสี่ยงบ้าง วันนี้เราจะไปดูกัน

หนองบัว พิชญ เอฟซี

          หลังจากอกหักมาหลายครั้งกับการเลื่อนชั้น ในที่สุดทัพพญาไก่ชนก็ได้ก้าวขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ ในฐานะแชมป์ไทยลีก 2 แต่อย่างเสียกุนซือผู้พาทีมได้แชมป์อย่าง น้าฉ่วย ดันแยกทางกับทีมไป ทำให้ต้องไปดึงโค้ชวัง เข้ามาแทน โดยจากคุณภาพของนักเตะและโค้ชมันจัดว่าธรรมดา จนอดห่วงไม่ได้จริงๆว่า หนองบัว ภายใต้การคุมของโค้ชวัง อาจจะไม่ต่างกับตอนที่ทำประจวบเมื่อซีซั่นที่แล้ว ที่ต้องดิ้นรนหนีตายอยู่นานสองนานถึงรอด แถมเลือดตาแทบกระเด็น    

ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ขอนแก่น ยูไนเต็ด

          หลังจากพ้นโทษแบน จงอางผยองต้องไปเริ่มใหม่ในไทยลีก 4 แต่ก็ได้เลื่อนชั้นทุกปี จนระทั่งปีนี้ได้อยู่ลีกสูงสุดอย่างไทยลีก 1 อย่างไรเสียการก้าวขึ้นมาตรงนี้ กว่าจะทำได้สำเร็จก็ต้องดวลเป้ากับ นครปรม ยูไนเต็ด มาแบบสุดระทึก ขณะที่การเตรียมทีมช่วงปรีซั่นไม่ปรากฏให้เห็นถึงนักเตะดาวดัง ส่วนโค้ชก็ใช้บริการ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ซึ่งมันก็ดูเป็นงานหนักของโค้ชโต่ย อยู่เหมือนกัน สำหรับการพาทีมน้องใหม่เผชิญหน้ากับเสือสิงห์กระทิงแรดในลีกสูงสุด ฉะนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงจำเป็นต้องจัดจงอางผยองไว้ในกลุ่มหนีตาย   

ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

โปลิศ เทโร เอฟซี

          การเสียตัวผู้เล่นหลักไป ในขณะที่ตัวเข้ามาทดแทนก็ไม่ได้อยู่ในเกรดเอ อีกทั้งนักเตะเกือบค่อนทีมอยู่ในวัยชราภาพ ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นงานหนักของโค้ชอ้น ในการพาทีมหนีตายแล้วทำได้สำเร็จ แต่สำหรับฤดูกาลใหม่ที่จะเริ่มขึ้น เราก็ยังไม่เห็นมังกรโล่เงินจะอัพเกรดทีม ทำให้หลีกหนีไม่พ้นจริงๆที่จะต้องกลุ่มพวกเขาไว้ในจำพวกทีมหนีตาย   

ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

สุพรรณบุรี เอฟซี

          แม้ว่าสภาพทีมจะย่ำแย่เพียงใด แต่ช้างศึกยุทธหัตถีตัวนี้ก็รอดตายมาทุกครั้ง เพราะขนาดตัวเองตกชั้นไปแล้ว ก็ยังอุตสาห์มีทีมถอนตัว จนทำให้พวกเขาได้เล่นในลีกสูงสุดต่อ แต่กระนั้นมันก็ใช่ว่าพวกเขาจะโชคดีไปเสียทุกครั้ง เพราะในปีนี้อาจถึงคราวของพวกเขาจริงๆแล้วก็ได้ เพราะสภาพทีมมีแต่ลดระดับตัวเองลง แต่อย่างไรเสียหาก อเดบาโย่ พาทีมรอดตายอีกปี ฟุตบอลไทยอาจต้องไปขอวิชาจากกุนซือผู้นี้อย่างจริงจัง เพราะมันไม่เคยมีปรากฏมาก่อน กับสโมสรหนึ่งที่จะรอดตกชั้นแบบฉิวเฉียดหลายปีติดต่อกัน  

ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครคือเต็งที่จะตกชั้นไปจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com

Categories
ข่าวกีฬา

“น้องใหม่ ประเดิมสวย” หนองบัว ฝ่าสายฝนตบโคราช นิ่มๆ

2-0 ประเดิมไทยลีก

ศึกฟุตบอลไทยลีก 1 เปิดสนามอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ โดยคู่ประเดิมสนามเป็นดาร์บี้อีสาน ระหว่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี น้องใหม่ที่ขึ้นมาในฐานะแชมป์ไทยลีก 2 กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่เมื่อฤดูกาลก่อนโชว์ฟอร์มได้ร้อนแรงสุดๆ สำหรับผังการเล่นที่ขึ้นมา เจ้าบ้านมาในระบบ 4-2-3-1 ส่วนทีมเยือน ปรับมาเป็น 4-2-1-3 หรือ 4-2-3-1 

          ในช่วง 10 นาทีแรก เป็น นครราชสีมา ที่ดูเหนือกว่านิดๆกับการเพรสซิ่งสูงแล้วดักบอลได้ แต่ก็เข้าทำไม่ได้ เพราะแนวรับคู่แข่งยืนปักหลักอยู่เยอะ หรือการขึ้นเกมจากริมเส้น ก็ทำอะไรไม่ค่อยถนัด เพราะถูกตัดฟาวล์อยู่ตลอด แต่ต่อให้ได้เปิดก็ไม่แม่นเสียเอง

ส่วนทางฝั่งหนองบัว ดูจะเป็นรองในช่วงต้น เพราะได้แต่สาดบอลยาวริมเส้น แต่เมื่อเกมผ่านไปเรื่อยๆ พวกเขาสามารถเซตบอลขึ้นมาเปิดได้อย่างสม่ำเสมอ จนเริ่มเห็นช่องในแนวรับของคู่แข่งที่มักเปิดพื้นที่ไว้ กระทั่งเป็นที่มาของทั้ง 2 ประตู ในครึ่งแรก

น้องใหม่ ประเดิมสวย หนองบัว ฝ่าสายฝนตบโคราช นิ่มๆ 2-0 ประเดิมไทยลีก
น้องใหม่ ประเดิมสวย หนองบัว ฝ่าสายฝนตบโคราช นิ่มๆ 2-0 ประเดิมไทยลีก

ครึ่งหลัง โคราช พยายามจะเปิดเกมบุก ด้วยการขึ้นบอลทางริมเส้นทั้ง 2 ฝั่ง แล้วอาศัยการเปิดโด่งเข้าไป แต่ก็มักถูกสกัดและไม่สามารถรองบอลจังหวะ 2 ได้ดีเท่าที่ควร ทำให้คู่แข่งสามารถทำเกมสวนกลับได้ตลอด อีกทั้งการโดนโต้แต่ละครั้งก็เสียเวลาหลายนาที ซึ่งตรงจุดนี้จะส่งผลให้ไม่สามารถกดดันคู่แข่งอย่างต่อเนื่องได้ ส่วนทางฝั่งหนองบัว เกมรับสามารถยืนตำแหน่งได้ดีแบบไม่มีข้อผิดพลาด ขณะที่เกมบุกก็ได้โต้ แต่ความเฉียบคม คือ สิ่งที่หายไป

          ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม หนองบัว พิชญ เอฟซี มาเล่นด้วยแท็กติกยืนรับต่ำและไม่ดันสูง ทำให้เกมโต้กลับที่เป็นของถนัดของคู่แข่งไม่สามารถแผงฤทธิ์ได้ ขณะที่ลูกกลางอากาศก็ไม่อันตรายใดๆ ทำให้ภาพที่ปรากฏ คือ การโขกสกัดไปเรื่อยๆ กระทั่งหมดเวลา ส่วนเกมบุกมีช่องมีโอกาสก็ทำได้ดี แต่น่าตำหนิเล็กน้อย

เพราะในครึ่งหลังมีโอกาสแต่ดันพลาดไป ส่วนทางฝั่งนครราชสีมา มาสด้า เอฟซี การขาดคานยุบ ไป ทำให้เกมบุกเหลือแค่ด้านข้าง แล้วยิ่งมาเจอกับคู่แข่งที่ยืนรับต่ำ จึงยิ่งเป็นงานยากไปกันใหญ่ พลางจะโยนบอลโด่ง ก็ไร้ประสิทธิภาพ แถมเสียเวลาและโอกาสไปมากมาย โดยเฉพาะในครึ่งหลัง ขณะที่ในแผงเกมรับก็ยืนกันได้รั่วสุดๆ ดังจะเห็นได้จากการเปิดโดนเปิดริมเส้นและการแทงทะลุช่อง ที่มักจะมีเสียวเสมอ แล้วก็มาโดนจริงๆ ซึ่งยังดีที่โดนแค่ 2 ลูก เพราะหากคู่แข่งคมกว่านี้ สกอร์อาจมีไหล   

“น้องใหม่ ประเดิมสวย” หนองบัว ฝ่าสายฝนตบโคราช นิ่มๆ 2-0 ประเดิมไทยลีก
“น้องใหม่ ประเดิมสวย” หนองบัว ฝ่าสายฝนตบโคราช นิ่มๆ 2-0 ประเดิมไทยลีก

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com