Categories
ข่าวกีฬา

ใครถูกใครผิด ?

เงินเดือนไม่ออก = ไปเล่นฟุตบอลเดินสาย

ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดจากภาวะโควิด-19 แน่นอนว่ามันผลโดยตรงต่อสโมสรฟุตบอล โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่ไม่สามารถจับจ่ายเงินได้ถนัดมือ แล้วตรงจุดนี้มันก็ได้กระทบชิ่งไปถึงนักบอล จนมีข่าวว่านักเตะบางรายได้ออกไปเล่นฟุตบอลเดินสาย กระทั่งสโมสรมีการยกเลิกสัญญาตามมา ซึ่งจากประเด็นตรงนี้ใครผิดใครถูกนับจากนี้เราจะมาวิเคราะห์กัน

ต้นเรื่องทั้งหมดเริ่มจากโควิด-19 ที่ทำให้สมาคมฟุตบอลสั่งเบรคการแข่งขันนานเกือบครึ่งปี จากนั้นเมื่อกลับมารีสตาร์ท มาตรการหลายๆอย่างก็มีผลให้รายรับของสโมสรลดลง ไล่ตั้งแต่การจำกัดผู้เข้าชมที่ 25% เป็นอย่างต่ำ ไหนจะเรื่องของสปอนเซอร์ที่ไม่สามารถสนับสนุนได้เท่าเดิม หรือถอนตัวไปเลย กระทั่งสมาคมฟุตบอลเอง ก็ไม่สามารถมอบเงินสนับสนุนแก่สโมสรได้เต็มเม็ดและตรงเวลา ซึ่งสำหรับสโมสรใหญ่อาจไม่มีปัญหา เพราะพวกเขาสามารถควักมาจ่ายได้แบบสบายๆ แต่สำหรับสโมสรเล็กที่สายป่านสั้นและต้องพึ่งพาเงินสนับสนุน ต่างชักหน้าไม่ถึงหลังแบบถ้วนหน้า นั่นจึงทำให้คนที่อยู่ปลายห่วงโซ่อาหารอย่างนักฟุตบอล ต้องได้รับผลกระทบ คือ ได้รับเงินเดือนช้า ได้รับไม่ตรงงวด ไปจนถึงไม่ได้รับเลยเป็นเวลาหลายเดือน

ในมุมของนักฟุตบอล แน่นอนว่าพวกเขาไม่ต่างจากมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานเพื่อหารายได้ เพื่อจับจ่ายใช้สอยสำหรับภาระต่างๆ แต่ในเมื่อเงินเดือนไม่ออก พวกเขาก็ต้องหาลู่ทางอื่นเพื่อให้ได้เงินมา เช่น ใช้เงินเก็บ หยิบยืมจากคนรู้จัก หรือหาอาชีพเสริม แต่สำหรับบางคนนั้นไม่มีทักษะอื่นนอกจากเล่นฟุตบอล นั่นจึงทำให้บางคนเลือกออกไปเล่นบอลเดินสาย ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าผิดสัญญากับสโมสร แต่นี้อาจเป็นหนทางสุดท้ายที่จะได้เงินมาจุนเจือตัวเองและครอบครัวได้  

ในมุมของสโมสร ถือว่าผิดที่ไม่จ่ายเงินเดือนให้ตรงงวดตามสัญญา แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจากโควิด-19 มันก็ได้กลายเป็นบทเรียนว่าทุนทรัพย์สำรองนั้นมีความสำคัญ ขณะที่นักบอลที่ออกไปเล่นเดินสาย ก็มีความผิดที่ละเมิดสัญญา เพราะนักฟุตบอลเป็นสมบัติขอสโมสรและต้องลงเล่นกับต้นสังกัดที่เซ็นสัญญาเท่านั้น อีกทั้งถ้าบาดเจ็บขึ้นมา คนรับผิดชอบก็คือสโมสร ฉะนั้นหากสรุป ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีความผิดที่ไม่ทำตามตกลงในสัญญาที่เซ็นกันไว้ กระนั้นหากมีการเจรจากันปัญหานี้คงไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเจรจาแล้วยังคงออกไปเล่นฟุตบอลเดินสายอีก ก็คงต้องว่าไปตามกฎ คือ การยกเลิกสัญญา พร้อมกับจ่ายเงินเดือนที่คงค้างให้เสร็จสิ้นแล้วค่อยแยกทางกัน

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

รีวิวโปรแกรมรีโว่ไทยลีก

ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 (คู่วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 ของฤดูกาล ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นวันของทีมใหญ่ที่จะลงสนามเพื่อไล่ล่าคว้า 3 แต้ม แต่ทางกลับกันทีมเล็กที่ผลงานไม่ดี ก็หวังที่จะหยิบแต้มมาให้ได้เช่นกัน ฉะนั้นคู่ไหนว่าแน่ คู่ไหนมีสิทธิ์พลิก นับจากนี้เราจะมารีวิวกัน

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ ลำปาง เอฟซี (วันอาทิตย์, 17.30 น.)

      เชียงรายเปิดหัวฤดูกาลนี้อย่างสวยหรูด้วย 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด แต่นัดล่าสุดมีอันต้องเสียซิงค์ประเดิมพ่ายแก่ พีที ประจวบ ตรงข้ามกับทางฝั่งลำปาง ที่การออกสตาร์ท 2 นัดแรกดูเหมือนจะมาดี แต่ใน 2 นัดหลัง คงได้ลิ้มรสชาติลีกสูงสุดว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฉะนั้นการเล่นที่บ้านของเชียงราย พวกเขาได้เปรียบทุกอย่างและน่าจะเฉือนชนะผู้มาเยือนได้แบบไม่มีปัญหา  

ราชบุรี เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ราชบุรีกลับมาในปีนี้ได้ไฉไลกว่าเดิม เพราะนอกจากจะไม่แพ้ใคร ก็ยังไม่เสียประตูให้ใครอีกด้วย ขณะที่ โปลิศ เทโร มีเกมตกค้าง 2 นัด แต่จากโปรแกรมที่ลงเตะไปแล้วถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัด ฉะนั้นหากเทียบฟอร์มกันแล้ว ราชันมังกรเหนือกว่าชัดเจนและจะคว้าชัยได้แบบสบายๆ   

สุโขทัย เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ถึงนาทีคงต้องยอมรับกันตรงๆว่า สุโขทัย ที่พึ่งกลับขึ้นมานั้น ศักยภาพยังห่างไกลจากทีมอื่นๆในลีกสูงพอสมควร ทำให้ไม่แปลกนักที่ผลงานจะไม่ดี ต่างจาก ทรู แบงค็อก ที่การออกสตาร์ทสวยหรูแบบนี้ทุกปีเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นแม้ว่าแข้งเทพจะบุกไปเยือน ก็จะไม่มีปัญหาสำหรับการเก็บ 3 แต้ม อีกทั้งการยิงประตูมากกว่า  1 ลูก ก็น่าจะมีให้เห็น    

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 19.00 น.)

      บุรีรัมย์ นัดที่แล้วเกือบไม่รอด กับการไล่ตีเสมอ บีจี ปทุม 2-2 แบบมีดราม่า ซึ่งการเก็บ 1 แต้มทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มหัวตารางก็จริง แต่จากฟอร์มการเล่นที่มักเสียประตูทุกนัด ก็ได้กลายเป็นปัญหาที่อิชิอิ ต้องแก้ ส่วนทางฝั่งเมืองทอง มาตรฐานของทีมค่อนข้างตกลง ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีกโดยเฉพาะการขาดพ็อพพ์ ที่เห็นได้ชัดถึงศักยภาพในเกมรุกที่มลายหายไป พร้อมกับการยิงประตูคู่แข่งที่ยากขึ้น ฉะนั้นการเล่นที่ช้างอารีน่าในครั้งนี้ ปราสาทสายฟ้าน่าจะกินผู้มาเยือนแบบนิ่มๆได้  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปผลการแข่งขันมังกรฟ้าไทยลีก 3

สรุปผลการแข่งขันมังกรฟ้าไทยลีก 3 ฤดูกาล รอบชิงแชมป์-เพลย์ออฟ ประจำฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลมังกรฟ้าไทยลีก 3 ฤดูกาล 2021/22 เดินมาถึงโค้งสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว โดยจาก 80 ทีม ใน 6 โซนทั่วประเทศ ตอนนี้ได้ 2 ทีม ที่การันตีเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2 นั่นคือ อุทัยธานี เอฟซี และ กระบี่ เอฟซี ส่วนอีกหนึ่งทีมต้องเพลย์ออฟ ซึ่งก็มีดราม่าจนถึงวินาทีสุดท้ายของเกม ฉะนั้นบทสรุปสุดท้ายของลีกรากหญ้าจะเป็นอย่างไร นับจากนี้เราจะได้ทราบกัน

คู่ชิงชนะเลิศ : อุทัยธานี เอฟซี – กระบี่ เอฟซี

      การแข่งขันนัดแรกเล่นที่บ้านของ อุทัยธานี พวกเขามาได้ประตูนำ 1-0 ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แล้วมาได้ประตูย้ำชัยในนาทีที่ 74 ส่วนในเกมที่ 2 อุทัยธานี บุกมายิงนำ 0-1 ตั้งแต่นาทีที่ 3 แต่ กระบี่ ก็มายิงคือเป็น 1-1 ในนาทีที่ 5 จากนั้นไม่มีใครทำอะไรกันได้ ทำให้จบเกมเป็นช้างป่าห้วยขาแข้ง ชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-1 คว้าถ้วยระดับประเทศไปครอง  

คู่เพลย์ออฟเลื่อนชั้น : พิษณุโลก เอฟซี – นครศรี ยูไนเต็ด

      คู่ชิงอันดับ 3 ถือว่ามีความสำคัญยิ่ง เพราะมันมีตั๋วเลื่อนชั้นเป็นเดิมพัน ซึ่งเกมแรกที่บ้านของพิษณุโลก พวกเขาออกนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 4 แต่ไล่หลังราว 10 นาที ก็มาถูก นครศรี ตีเสมอ 1-1 แล้วช่วงเวลาที่เหลือก็ทำอะไรกันไม่ได้ ส่วนเกมในนัดที่ 2 นครศรี ต้องเสมอ 0-0 หรือชนะเท่านั้น ถึงจะได้เลื่อนชั้น ขณะที่ผู้มาเยือนอย่าง พิษณุโลก เสมอมากกว่า 1-1 หรือชนะ ได้เลื่อนชั้น ฉะนั้นหากเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ขุนพลนเรศวร ดูจะเปรียบเล็กน้อย

      เกมการแข่งขันนัดที่ 2 พิษณุโลก ทำช็อตด้วยการบุกมานำก่อน 0-1 จาก สุรชัย ชาวนา แต่ก่อนหมดเวลาในครึ่งแรก นครศรี รัว 2 เม็ด จนแซงเป็น 2-1 จากนั้นในครึ่งหลัง พิษณุโลก ต้องบุกใส่เพื่อเอาประตู ซึ่งต้องใช้เวลาอยู่ราว 25 นาที ถึงได้ประตูตีเสมอ 2-2 นั่นจึงทำให้เวลาที่เหลืออีกราวๆ 20 นาที กลายเป็นโยนความกดดันให้ นครศรี ต้องกลับมาบุกใหม่และต้องได้ประตูสถานเดียว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ประตู

กระทั่งนาทีแรกของการทดเวลาบาดเจ็บ เจาเปาโล ซาเลส อยู่ๆก็ยกมือขึ้นมาจนโดนบอลและเสียจุดโทษ แล้ว เอริเวลโต้ ที่รับหน้าที่สังหารก็ไม่พลาดที่จะยิงให้มังกรแดนใต้ขึ้นนำ 3-2 พร้อมกับปาดหน้าคว้าตั๋วเลื่อนแบบหน้าตาเฉย อีกทั้งนี่ยังเป็นครั้งแรกที่ทีมจากจังหวัดนครศรีธรรมราช สามารถเลื่อนชั้นสู่ลีกรองของประเทศได้สำเร็จ ขณะที่ขุนพลนเรศวร ต้องชวดการเลื่อนชั้นแบบน่าเจ็บใจ อีกทั้งให้หลังไม่มีกี่วัน ก็ได้มีการตำหนิและยกเลิกสัญญากับ เจาเปาโล ที่เป็นผู้ทำเสียจุดโทษจนทีมอดเลื่อนชั้น ส่วนนักเตะก็เลือกที่จะบินกลับบราซิลไปหาต้นสังกัดใหม่

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

บทสรุปไทยลีก 3

บทสรุปไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก ฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก ฤดูกาล 2021/22 ถือว่าไม่พลิกโผไปจากที่คาดสำหรับแชมป์ เพราะด้วยการทุ่มทุนแบบหวังผล ส่วนในอันดับรองลงมาก็ยังเป็นกลุ่มหน้าเดิมๆ ต่างจากกลางไล่ไปยันท้ายตาราง ที่มีทั้งผลงานดีขึ้นและตกฮวบลงไป

กลุ่มทีมหัวตาราง

      การดึงโค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ เข้ามาคุมทีม พร้อมกับดึงดาวดังจากไทยลีก 1 มาแบบครึ่งทีม มันก็ไม่แปลกนักที่ พัทยา ดอร์ฟิน จะเดินหน้ากวาดแต้มและคว้าแชมป์ไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กระนั้นภารกิจของพวกเขายังไม่จบ เพราะในรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกจะเป็นตัวตัดสินว่าผลงานที่ทำมาทั้งหมดจะได้ไปต่อ หรืออยู่ที่เดิมอีก 1 ปี  ถัดมาเป็น

ฉะเชิงเทรา ที่อาจเรียกว่าเป็นพี่ใหญ่ของลีกภูมิภาค เพราะด้วยผลงานที่ติดอันดับหัวตารางมาโดยตลอด แต่มักสวมบทพระรองและมองดูคนอื่นยกถ้วยเท่านั้น ซึ่งนั้นรวมถึงปีนี้ด้วย ขณะที่ ปลวกแดง ยูไนเต็ด ปีก่อนไปถึงแชมป์ ส่วนปีนี้หลุดเสมอและแพ้เยอะ ทำให้คะแนนตกหล่นและคว้าน้ำเหลว    

กลุ่มทีมกลางตาราง

      บ้านค่าย ยูไนเต็ด พยายามจะผลักดันตัวเองให้ขึ้นไปสู้กับทีมด้านบน แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขายังไปไม่ถึงและจบในอันดับกลางค่อนบนของตาราง เช่นเดียวกับ กบินทร์ ยูไนเต็ด ที่ผลงานสม่ำเสมอแบบนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งหากมองในแง่ดี คือ ผลงานไม่ตก

แต่มันก็น่าเสียดายที่ไม่เคยมีโมเมนต์ลุ้นพื้นที่แชมป์เปี้ยนส์ลีก ถัดลงมาในอันดับ 6 เป็น เกาะขวาง ที่ผลงานดีขึ้นมาจากปีก่อนเล็กน้อย ต่อไปที่อันดับ 7 เป็น สอ.รฝ ที่ทำผลงานได้ดีและเป็นการจบอันดับสูงสุดของทีมและในบรรดากองทัพที่อยู่ในโซนนี้   

กลุ่มทีมท้ายตาราง

      จันทบุรี เอฟซี เหมือนจะมีผลงานที่ดีกับการจบอันดับ 8 แต่หากดูจากคะแนนก็จะพบว่าพวกเขาต้องหนีตายไม่ต่างจากปีก่อน ขณะที่ สระแก้ว ถือว่าน่าผิดหวังที่ผลงานรูดราวลงมาแบบน่าใจหาย เช่นเดียวกับ บ้านบึง ที่ปีก่อนจบกลางค่อนบนของตาราง

แต่ในปีนี้มีแต้มเหนือโซนแดงแค่คะแนนเดียว กระนั้นมันก็เข้าใจได้ว่าพวกเขาใช้เด็กเป็นตัวหลัก ส่วนผู้รอดตายในอันดับ 11 เป็น นาวิกโยธิน ยูเรก้า ที่เริ่มแรกเดิมทีอยู่ในโซนตกชั้นและส่อแววจะต้องร่วง แต่สุดท้ายด้วยเฮดทูเฮดที่ดีกว่าเพื่อนร่วมกองทัพอย่าง กองเรือยุทธการ นั่นจึงทำให้กองเรือกลายเป็นทีมที่ต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกสมัครแบบน่าเจ็บใจ   

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

บทสรุปไทยลีก 3

บทสรุปไทยลีก 3 โซนภาคใต้ ฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนภาคใต้ ฤดูกาล 2021/22 เริ่มแรกเดิมทีเหมือนจะแบเบอร์สำหรับทีมหัวตาราง แต่สุดท้ายเมื่อถึงตอนจบ กลายเป็นพลิกโผและมีผู้มีหวังแบบรุนแรง ส่วนทีมกลางไปถึงด้านท้ายของตาราง ไม่มีใครสร้างปรากฏการณ์อะไรให้เป็นที่จดจำนัก ส่วนภาพรวมทั้งหมดจะเป็นอย่างไร นับจากนี้จะได้ทราบกัน  

กลุ่มทีมหัวตาราง

      ก่อนเปิดฤดูกาล กระบี่ ส่อแววจะถอนทีมเพราะไม่มีเงินทุน แต่สุดท้ายกัดฟันลุยต่อแล้วผลงานดันดีแบบผิดหูผิดตา เพราะไม่มีอาการสะดุดเลย กระทั่งเมื่อครบ 24 นัด พวกเขาจบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์โซนในรอบ 10 ปี ขณะที่รองแชมป์เป็น นครศรี ยูไนเต็ด ที่เริ่มแรกเป็นตัวเต็งของโซนที่จะลุ้นแชมป์ ซึ่งตลอดทางก็ทำได้ดี เพียงแต่มีทีมที่ทำผลงานได้ดีกว่าเท่านั้น ส่วนผู้อกที่สุดในปีนี้ตกเป็นของ สงขลา เอฟซี แชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้ว ที่อดเลื่อนชั้น นั่นจึงทำให้พวกเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเลื่อนชั้นให้ได้ในปีนี้ กระนั้นด้วยการจูนทีมที่ลงตัวช้า มันก็เป็นผลให้พวกเขาต้องเสียแต้มในช่วงต้นไปเยอะ สุดท้ายพวกเขาไล่ไม่ทันและต้องคว้าน้ำเหลวในปีนี้

กลุ่มทีมกลางตาราง

แม้ว่า นรา ยูไนเต็ด จะเป็นทีมเล็กที่มีงบประมาณไม่มาก แต่พวกเขาก็ทำผลงานเกาะกลุ่มกลางตารางและมีโอกาสได้เพลย์ออฟเลื่อนชั้นก็เคยมาแล้ว ซึ่งในปีนี้อาจมีผลงานที่ไม่พุ่งมากนัก ทำให้จบอันดับ 4 แบบไม่มีลุ้นอะไร ถัดมาที่ เอ็มเอชคอน สุราษฎร์ เป็นอีกทีมที่พยายามจะผลักดันตัวเองให้กลายเป็นทีมใหญ่ ซึ่งในปีนี้ก็ทำได้ดี แต่ก็ต้องรอดูในปีหน้าอีกครั้งว่าจะมีพัฒนาการอย่างไร ส่วนในอันดับ 6 อย่าง ตรัง เอฟซี กลายเป็นยักษ์ที่หลับแบบไม่มีวันตื่น เพราะผลงานจบอันดับกลางตารางแบบนี้มาหลายปีแล้ว ต่างจาก ยาลอ ซิตี้ ในอับดับ 7 ที่ไต่เต้าขึ้นมาจบกลางตารางแบบสุดเซอร์ไพรส์

สตูล ยูไนเต็ด ทีมระดับตำนานของฟุตบอลโซนใต้ ในปีนี้เป็นอีกครั้งที่ผลงานไม่แจ่มและต้องอยู่ในลีกรากหญ้าแห่งนี้ต่อไปด้วยการจบอันดับที่ 8 ส่วนอันดับ 9 อย่าง ยังสิงห์ หาดใหญ่ ถือว่าโชว์ฟอร์มสมกับศักยภาพของตัวเอง ต่างจากอันดับ 10 อย่าง ปัตตานี เอฟซี ที่ผลงานเข้าขั้นน่าผิดหวัง

กลุ่มทีมท้ายตาราง

      ป่าตอง ซิตี้ ปีนี้ทำผลงานได้เสมอตัวจากปีก่อนๆ คือ จบอันดับกลางค่อนล่าง แต่ไม่ต้องหนีตาย ส่วน พัทลุง ตอนแรกมีเสียวๆกับการเตรียมทีม แต่สุดท้ายไม่มีปัญหาและเอาตัวรอดไปได้แบบสบายๆ ขณะที่ สุราษฎ์ธานี ที่เป็นทีมระดับตำนานของฟุตบอลภาคใต้ ปีนี้ไม่มีความพร้อมในการเตรียมทีม นั่นจึงทำให้ผลงานออกมาแบบสุดบู่และต้องตกชั้นไปแต่หัววันด้วยการมี 3 คะแนนในมือ แถมไม่ชนะใครตลอดฤดูกาล   

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

บทสรุปไทยลีก 3

บทสรุปไทยลีก 3 โซนกรุงเทพและปริมณฑล ฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลไทยลีก 3 โซนกรุงเทพและปริมณฑล ฤดูกาล 2021/22 ถือว่าเป็นโซนที่มีความแตกต่างจากโซนอื่น เพราะด้วยศักยภาพทีมที่ค่อนข้างใกล้เคียงกัน ทำให้การแข่งขันที่ปรากฏค่อนข้างสูสีและแต้มเบียดกันยันนัดสุดท้าย ซึ่งทีมใดจะสมหวังและได้ไปต่อบ้าง นับจากนี้เราจะได้ทราบกัน

กลุ่มทีมหัวตาราง

      อีกครั้งที่ นอร์ทกรุงเทพ จบฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ประจำโซน ซึ่งเริ่มแรกเดิมทีแล้ว พวกเขาได้แต่ตามหลังและเบียดแต้มกับ บางกอก แต่ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่อาชาผยองไม่มีหลุดในโค้งสุดท้าย ทำให้กลายเป็นอีกปีที่คว้าแชมป์ กระนั้นสิ่งที่ยังฝังลึกอยู่ในใจ คือ พวกเขายังไม่สามารถฟันฝ่ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกและเลื่อนชั้นได้เสียที ถัดมาที่รองแชมป์อย่าง บางกอก เอฟซี ที่ฤดูกาลก่อนต้องอกหักและมือเปล่า

นั่นจึงทำให้ปีนี้ พวกเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อแชมป์ ซึ่งมันเกือบจะสำเร็จ แต่ดันมาสะดุดในนัดรองสุดท้ายและต้องพลาดแชมป์เพราะเฮดทูเฮดเป็นรอง นอร์ทกรุงเทพ ถัดมาที่อันดับ 3 อย่าง นนทบุรี ที่ปีนี้ก็ทำผลงานได้ดี แต่พอถึงช่วงโค้งสุดท้าย ดันหลุดเสมอและแพ้ ทำให้แต้มถูกทิ้งห่างและต้องจบฤดูกาลแบบมือเปล่า

ขณะที่อันดับ 4 เป็น จามจุรี ยูไนเต็ด ที่ปีนี้จบอันดับเดิม แม้จะทำแต้มได้มากกว่าฤดูกาลก่อนถึง 10 แต้ม (ฤดูกาล 2021/22 ทำได้ 46 คะแนน) ส่วน เกษมบัณฑิต ในอันดับ 5 ทำผลงานได้ดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันไม่เพียงพอที่จะมีลุ้นอะไรกับใครเขา   

กลุ่มทีมกลางตาราง

      สยาม เอฟซี ในปีนี้ถือว่าแปลงโฉมตัวเองแบบหลังเท้าเป็นหน้ามือ เพราะจากทีมหนีตายในปีก่อนๆ ปีนี้พวกเขาทำอันดับได้ที่ 6 เช่นเดียวกับ พราม ในอันดับ 7 ที่เริ่มจะแสดงให้เห็นว่าการใช้ผู้เล่นเยาวชนเป็นแกนหลัก เริ่มปีกกล้าขาแข็งขึ้น ต่างจาก เอสทีเค เมืองนนท์ ที่ถูกมองว่าเป็นทีมใหญ่ แต่ช่วง 1-2 ปีหลัง เริ่มถอยหลังลงคลองและจบอันดับกลางตาราง ขณะที่ 2 ทีมจากกองทัพอย่าง ทหารบก และ ทหารอากาศ แม้จะเก็บแต้มได้มากขึ้น แต่อันดับก็ยังคงอยู่ในกลุ่มกลางค่อนท้ายเช่นเดิม และสุดท้ายที่ มหาวิทยาลัยธนบุรี ก็ได้อาศัยการประคับประคองมาจบอันดับ 11 แบบไม่เดือดร้อนตัวเอง

กลุ่มทีมท้ายตาราง

      ในกลุ่มนี้ยังเป็นหน้าเดิมๆ โดยเริ่มจาก อินเตอร์ แบงค็อก ที่บุญเก่าช่วยชีวิตเอาไว้ เพราะในช่วงโค้งสุดท้ายดันหลุดแพ้แบบรัวๆ ส่วน สมุทรปราการ เอฟซี ทีมเก่าแก่ของลีกภูมิภาคและทำท่าจะร่วงตกชั้นมาทุกปี รวมถึงฤดูกาลนี้ แต่สุดท้ายดันรอดมาได้ด้วยการเดินทีละแต้มจนรอดตายด้วยเฮดทูเฮด ขณะที่ผู้ที่ต้องโบกมือลา คือ เกร็กคู สายไหม ซึ่งดูเหมือนจะรอดตายได้ไม่ยาก แต่แล้วดันโดนทำแต้มทาบ แถมตอนเจอกับป้อมปราการ ดันมีผลการแข่งขันที่เป็นรอง ทำให้ท้ายที่สุดต้องลงไปเล่นอเมเจอร์ลีกอย่างน้อยๆ 1 ปี     

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

บทสรุปไทยลีก 3

บทสรุปไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูกาล 2021/22

ศึกฟุตบอลมังกรฟ้า ไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูกาล 2021/22 ได้รูดม่านปิดฤดูกาลไปเป็นที่เรียบร้อย โดยในตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ เมืองเลย ยูไนเต็ด ซึ่งไม่ผิดไปจากที่คาดเดานัก ส่วนทีมในลำดับต่างๆ ก็มีทั้งที่โชว์ผลงานได้ดีแบบเซอร์ไพรส์และตกต่ำอย่างน่าใจหาย ฉะนั้นนับจากนี้เราจะไปไล่เรียงกันแบบรายทีม ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีผลงานเป็นอย่างไรบ้าง

กลุ่มทีมหัวตาราง

ไม่ว่า เมืองเลย ยูไนเต็ด จะอยู่ ไทยลีก 3 หรือ 4 พวกเขาก็ยังคงเกาะกลุ่มหัวตารางไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แล้วในปีนี้สามารถยืนระยะได้นานกว่าทีมอื่น ทำให้ในปีนี้กลายเป็นนักรบเซไลที่คว้าแชมป์ไป แต่สุดท้ายจะได้เลื่อนชั้นหรือไม่ ก็คงต้องไปลุ้นกันต่อ ถัดมาที่รองแชมป์อย่าง ศรีสะเกษ เอฟซี ซึ่งพึ่งตกชั้นลงมาจากไทยลีก 2 แล้วตั้งเป้าลึกๆว่าต้องการกลับไปยืนในที่เก่า โดยแม้ว่าในท้ายที่สุดจะไม่ได้แชมป์ แต่อย่างน้อยก็ได้ตั๋วไปลุยรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก ส่วนในอันดับ 3 ถือว่าเซอร์ไพรส์ เพราะโดยปกติแล้ว นครราชสีมา ยูไนเต็ด จะเกาะกลุ่มกลางตาราง แต่ในปีนี้ทำผลงานโดดขึ้นมา แถมได้เข้าไปในตำแหน่งรองจ่าฝูงหลายสัปดาห์ กระนั้นมันน่าเสียดายที่หัวจักรสีส้มดันสะดุดในโค้งสุดท้ายถึง 3 นัด ทำให้โดนแซงและอกหักไป ขณะที่อับดับ 4 อย่าง อุบล ครัวนภัส เอฟซี ช่วงออกสตาร์ทฟอร์มร้อนแรงและขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงด้วยซ้ำ แต่หลังจากผ่านนัดที่ 6 ก็สะดุดแบบรัวๆและหมดลุ้นไปอย่างรวดเร็ว สุดท้ายในอันดับ 5 เป็น ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มร้อยเอ็ด ทำให้ผลงานดูดีขึ้นมา แต่ก็ไม่ได้มีเอี่ยวลุ้นอะไรกับทีมด้านบน

กลุ่มทีมกลางตาราง

จากเป็นทีมในกลุ่มหนีตกชั้น สกลนคร ทรูวิชั่น เอฟซี ทำผลงานได้ดีที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรด้วยการโกย 32 คะแนน และจบอันดับที่ 6 ส่วนในอันดับถัดมา มีทีมที่ได้ 32 คะแนน อีก 2 ทีม คือ สุรินทร์ ซิตี้ กับมหาสารคาม สามใบเถา เอฟซี โดยทีมหลังอย่างปูม่วงมหากาฬ อาจต้องให้เวลาสำหรับกลุ่มทุ่มหน้าใหม่อีกสัก 1-2 ฤดูกาล สำหรับการสร้างทีมเพื่อขึ้นไปก่อนกรกับทีมใหญ่ ส่วน ยโสธร เอฟซี หลังจากประธานหม่ำขอวางมือ สภาพทีมก็ดูเหี่ยวเฉาลงไป ดังจะเห็นได้จากอันดับที่ร่วงลงมาถึงที่ 9 และมีคะแนนในมือเพียง 27 คะแนน ตรงข้ามกับ ขอนแก่น มอดินแดง เอฟซี ที่ต้องหนีตายมาหลายปี แต่ในปีนี้ขยับตัวเองขึ้นมาแบบไม่ต้องดิ้นรนอะไร สุดท้าย อุดร ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแชมป์เก่า แต่ผลงานในปีนี้ถือว่าสวนทางอย่างสิ้นเชิง กับการร่วงลงมาจบอันดับที่ 11 แบบนี้  

กลุ่มทีมท้ายตาราง

จากที่ทำอันดับอยู่กลางตารางมาหลายปี สุรินทร์ โขงชีมูล เอฟซี ดันเผชิญกับอาการฟอร์มตก จนอันดับร่วงลงมาที่ 12 ซึ่งยังดีที่ไม่ต้องหนีตาย ส่วน ชัยภูมิ ยูไนเต็ด สภาพทีมที่จำกัดกว่าทีมอื่น ทำให้ต้องยอมจำนนและต้องตกชั้นลงไปสู่ลีกสมัครแบบไม่ชนะใครตลอดฤดูกาล พร้อมกับเป็นการปิดฉากทีมยุคบุกเบิกลีกภูมิภาคไปอีกทีม

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกส้ปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปตารางคะแนน

สรุปสถานการณ์ตารางคะแนนไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ หลังผ่าน 19 นัด

ศึกฟุตบอลมังกรฟ้าไทยลีก 3 โซนภาคเหนือ แม้ว่า อุทัยธานี จะได้การันตีแชมป์ไปตั้งแต่ไก่โห่ แต่สถานการณ์ในการลุ้นไปรอบซุปเปอร์ลีกกับหนีตาย ยังมีอะไรให้ต้องตามถึงนัดสุดท้าย ซึ่งใครจะอยู่ตรงไหนและมีอะไรให้ลุ้น นับจากนี้จะได้ทราบกัน

กลุ่มหัวตาราง

      อุทัยธานี เอฟซี ถือว่าทำได้ตามเป้าหมาย กับการนำแบบม้วนเดียวจบ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนัก เพราะขุมกำลังประกอบไปด้วยอดีตดาวเตะระดับไทยลีกแบบฟูลทีม ทำให้นับจากนี้สามารถโฟกัสบอลถ้วยทั้ง 2 รายการ และพาตัวเองไปอยู่ในอันดับที่เลื่อนชั้น ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จสิ้น ส่วนทีมที่ตามมาห่างๆอย่าง แม่โจ้ ถือว่าอยู่ในจุดที่ดีที่สุดสำหรับทีม เพราะพึ่งแซงขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้

ฉะนั้นนับจากนี้ขอแค่ไม่พลาดเอง ก็จะได้ไปรอบซุปเปอร์ลีก แบบสมใจหวังเสียที ขณะที่ พิษณุโลก เอฟซี จากที่ตีคู่มาอยู่ดีๆกับอุทัย ก็ดันเกิดอาการแรงตกจนถูกทำแต้มทิ้งห่างและถูกปาดแซง อีกทั้งยังมีข่าวว่าจะเจ้าของคนปัจจุบันไม่ไม่ทำทีมต่อ ซึ่งตรงจุดอาจส่วนผลต่อขวัญกำลังใจแบบโดยตรง ถัดมา วัดโบสถ์ ซิตี้ ถือเป็นทีมที่ทำผลงานดีทุกปี โดยในปีนี้มีลุ้นแบบห่างๆ กระนั้นที่ผ่านมา 20 นัด แล้วเล่นได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าน่าภูมิใจแล้ว 

กลุ่มกลางตาราง

      เชียงราย ซิตี้ ขึ้นมาถึงตรงนี้ ถือว่าภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาจะอยู่แค่กลางกับด้านท้ายตาราง อีกทั้งถ้าดูจากระยะห่างของคะแนน ก็ยังมีลุ้นเบียดติด 1 ใน 2 แต่ในทางปฏิบัติถือว่ายากเลยทีเดียว ตรงข้ามกับ อุตรดิตถ์ ศักดิ์สยาม เอฟซี ที่ถือว่าน่าผิดหวังเล็กๆ เพราะด้วยผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้แต้มหล่นและไม่มีลุ้นอะไรกับเขา ส่วน สี่แคว ซิตี้ ทำผลงานได้ตามมาตรฐานเดิม แต่ถ้าหากยังมีไฟอยู่ ก็ยังมีสิทธิ์ที่จะทำอันดับให้สูงกว่านี้ได้  

กลุ่มท้ายตาราง

      ในโซนหนีตาย แต้มยังเกาะกลุ่มกันอยู่และมีทีมอยู่ในข่ายถึง 5 ทีม เริ่มจาก นครแม่สอด กับ เชียงราย ล้านนา โดยจากคะแนนที่มีอาจมีเสียวเล็กๆ แต่ถ้าอีก 2 นัด เก็บได้สักแต้ม ก็จะรอดแบบใสๆ ถัดมาที่ น่าน กับ กำแพงเพชร จะมีเสียวมาขึ้น ทำให้ 2 นัดสุดท้าย ควรมีแต้ม ไม่งั้นจะต้องลุ้นผลคู่อื่น ส่วนทีมที่อยู่ในโซนตกชั้น คือ นอร์ทเทิรน์ ตาก ซึ่งปีที่แล้วก็หนีตาย แต่ในปีนี้ส่อแววจะไม่รอด เพราะ 2 นัดสุดท้าย ต้องเจอกับทีมหัวตารางเสียด้วย ฉะนั้นหากหวังที่จะรอด ก็จำเป็นต้องฮึดสู้และเก็บชัยให้ได้ทั้ง 2 นัด  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

วิเคราะห์รีโว่ไทยลีก

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์รีโว่ไทยลีก นัดที่ 21 (วันเสาร์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 21 ลงฟากแข้งกันอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์ ซึ่งจากเดิมคาดว่าการลุ้นแชมป์น่าจะได้บทสรุป แต่การสะดุดแบบรัวๆเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เกมทุกเกมที่จะลงเล่นนับจากนี้มีความหมาย รวมถึง 4 คู่ ที่จะนำมาเล่าต่อไปนี้

หนองบัว พิชญ เอฟซี พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (17.30 น.)

      ผลงานในบ้าน ถือว่าเป็นเด็ดดวงและเป็นจดจำจริงๆ สำหรับ หนองบัว พิชญ กระนั้นหากเป็นเกมนอกบ้าน จากทีมเทพๆกลายเป็นเพียงทีมธรรมดา ซึ่งอย่างเกมกลางสัปดาห์ยังออกไปแพ้ทีมรองบ่อนอย่าง อุทัยธานี ในเกมบอลถ้วย ส่วนทางฝั่ง เมืองทอง ผลงานเหมือนจะกลับมาดีอีกครั้ง หลังจากกลับมารวมทีมแบบฟูลทีม อย่างไรก็ตามด้วยสถิติการเล่นในบ้านของทัพพญาไก่ชน ก็คงต้องมองว่าพวกเขามีโอกาสจะชนะ หรืออย่างแย่ คือ เสมอ   

สมุทรปราการ ซิตี้ พบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (18.00 น.)

      ทั้ง 2 ทีม พึ่งเจอกันในเกมบอลถ้วยรีโว่ลีกคัพ แล้วก็เป็นทาง บุรีรัมย์ ที่เก็บชัยไปได้ 4-1 ซึ่งตรงจุดนี้ ถือเป็นการคืนฟอร์มอีกครั้ง หลังจากสะดุดมา 2 เกมในลีก ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้านอย่าง สมุทรปราการ เหมือนจะเล่นดี แต่เล่นยังไงก็เร่งไม่ขึ้นและหาชัยชนะไม่เจอ ฉะนั้นการกลับไปเล่นในบ้าน ก็คงต้องยอมจำนนและมอบ 3 แต้ม ต่อปราสาทสายฟ้าที่จะบุกไปเยือน

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (18.00 น.)

      โคราช เหมือนจะสบายสำรับการหนีตาย แต่การสะดุดในช่วงหลังๆ มันก็มีผลให้พวกเขาต้องกระตุ้นตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน เช่นกันกับ ขอนแก่น ที่เหมือนจะเป็นอีกทีมที่น่าจะอยู่รอด แต่ก็ต้องไม่ประมาทและพยายามเก็บแต้มต่อไปให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการการันตี อย่างไรก็ดีด้วยสถิติการเล่นนอกบ้านของพวกเขา มักโชว์ฟอร์มไม่ค่อยดีนัก ทำให้การบุกมาเยือนสวาทแคท โคราชย่อมพยายามเต็มที่เพื่อเอา 3 แต้มในถิ่น

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (19.00 น.)

      เชียงราย พึ่งปลดล็อคอาถรรพ์ กับการเล่นในบ้านแล้วไม่ค่อยชนะใครด้วยการเฉือน ชลบุรี และย้ำชัยอีกครั้งด้วยการชนะ เชียงใหม่ นั่นจึงเป็นผลให้พวกเขามีความมั่นใจขึ้นมาไม่มากก็น้อย ส่วนทางฝั่ง บีจี ปทุม การออกไปเยือนในช่วงหลังมักได้แค่เสมอ แต่ไม่ค่อยถึงกับแพ้ หากฟอร์มไม่ย่ำแย่จริงๆ ฉะนั้นการบุกไปเยือนเมืองเหนือ แม้จะต้องเหนื่อยล้าจากเดินทางไปแข่งบอลถ้วยกลางสัปดาห์กับ กระบี่ แต่ก็ยังมั่นใจว่ากระต่ายแก้วจะไม่แพ้ในเกมนี้  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

เปิดโปรแกรมวิเคราะห์

วิเคราะห์ รีโว่ไทยลีก นัดที่ 20 (วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 20 ในวันอาทิตย์นี้ ยังมีเกมการแข่งขันให้ได้ชมอีก 4 คู่ ซึ่งในส่วนของวันนี้ เกมระดับบิ๊กแมตช์ไม่มี แต่หากเป็นเกมหนีตาย ขอรับประกันว่ามันส์หยดแน่ โดยสถานการณ์จะเป็นอย่างไรและใครมีโอกาสคว้าแต้ม นับจากนี้เราจะได้ทราบกัน   

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ พีที ประจวบ เอฟซี (18.00 น.)

      โมเมนตัมของ บุรีรัมย์ ดูเหมือนจะนำโด่งแบบม้วนเดียวจบ แต่การสะดุดหัวทิ่มอย่างจังเมื่อนัดที่แล้ว ก็มีผลให้ทีมตามใจชื้นขึ้นมาบ้าง ส่วนทางฝั่ง ประจวบ การเก็บ 3 แต้ม จากโคราช ทำให้การหนีตายมีกำลังใจขึ้นมา แต่การต้องบุกมาเยือนช้างอารีนา ดูแล้วน่าจะเสร็จเจ้าบ้านด้วย 3 แต้ม   

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ ชลบุรี เอฟซี  (18.00 น.)

      เชียงราย ได้ลงเล่นในบ้านเป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งหากเป็นทีมอื่น การลงเล่นในบ้าน คือ ของหวาน แต่สำหรับอดีตแชมป์ไทยลีก นี่คือ ยาขม เพราะผลงานมักออกมาด้วยความพ่ายแพ้ หรือการแบ่งแต้ม ซึ่งมันก็ไม่แปลกนักที่จะเป็นแบบนี้ เพราะเมื่อไรที่เจอทีมมาอุดหน้าบ้าน ก็มักจะไปไม่เป็น ส่วนทางฝั่ง ชลบุรี ผลงานในภาพรวมถือว่ามาได้ดีกว่าที่คาด ทำให้การขึ้นเหนือในครั้งนี้ เชื่อว่าฉลามชลจะมีอย่าง 1 แต้ม กลับบ้าน

เชียงใหม่ ยูไนเต็ด พบกับ สมุทรปราการ ซิตี้ (18.00 น.)

      การเปิดบ้านพ่าย สุพรรณบุรี ไปเมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้การหนีตายเริ่มเหนื่อยขึ้น ซึ่งเกมที่ผ่านมาและก่อนหน้านี้ เชียงใหม่ สู้ได้ดีและยิงประตูได้ แต่การเสียประตูง่ายๆ มันก็ไม่แปลกที่จะไม่ชนะเสียที ส่วนทางฝั่ง สมุทรปราการ เป็นบอลมีทรง แต่ผลการแข่งขันมันได้แค่แบ่งแต้ม นั่นจึงเป็นผลให้พวกเขาวนเวียนและคาบเกี่ยวโซนแดง สำหรับเกมนัดนี้ แน่นอนว่ามีความหมายมากๆสำหรับทั้งคู่ แต่สุดท้ายมองว่าเขี้ยวสมุทรไม่แพ้

สุพรรณบุรี เอฟซี พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี (19.00 น.)

      สุพรรณบุรี ทรงบอลไม่สวย แต่มีตัวต่างชาติดีจนเก็บแต้มได้รัวๆ พร้อมกับหนีโซนแดงได้แล้ว กระนั้นเพื่อความอุ่นใจ ก็ยังคงต้องเดินหน้าเก็บแต้มต่อไป ส่วนทางฝั่งโคราช การทำผลงานที่ดีก่อนหน้านี้ ทำให้ไม่ต้องก้มมองถึงการหนีตาย หากแต่มองสูงและพยายามทำอันดับดีๆเข้าไว้ ฉะนั้นในแง่ของพลังใจ ช้างศึกยุทธหัตถีมีเป้าหมายที่ต้องทำและน่าจะเป็นผู้ชนะแบบเฉือนๆ  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover