Categories
ข่าวกีฬา

“1 ประตูก็ 3 แต้ม”

เชียงราย พอเพียง ยิงเฉือน เทโร จากจุดโทษ 1-0 ประเดิมซีซั่น

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดเปิดฤดูกาล 2022/23 ณ สนามลีโอเชียงราย ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ฤดูกาลก่อนผลงานไม่ค่อยดี กระทั่งทำอันดับได้แค่กลางตาราง จะต้องพบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่ปีก่อนหนีตายสำเร็จก่อนปิดซีซั่น สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 3-4-3 ส่วนทีมเยือนเป็น 4-4-2

      ในช่วงต้นเกม ลีโอ เชียงราย เพรสซิ่งสูงใส่ผู้มาเยือน แล้วดักบอลเอามาจู่โจมได้ดี ซึ่งการเล่นในลักษณะนี้ได้นำพาให้เจ้าถิ่นนำ 1-0 จากตัดบอลและเลือกตัดฟาวล์ ทำให้กลายเป็นจุดโทษและ วิคเตอร์ สังหารไม่พลาด จากนั้นกว่างโซ้งมหาภัยเล่นตามสูตรของตัวเอง คือ ถอยไปรับและรอโต้กลับ ส่วนทางฝั่ง โปลิศ เทโร ช่วงต้นเกมพวกเขาออกบอลไม่พ้นแดนตัวเอง แถมเสียบอลหน้าบ้านถี่มาก ก่อนจะเสียประตูและรูปเกมเข้าทางเจ้าบ้าน ทำให้ต้องอาศัยการต่อบอลเร็ว แต่ก็ต้องระวังเพราะแนวรุกเจ้าถิ่นมีความชำนาญในการโต้กลับ สุดท้ายการโยนและยิงไกลต้องถูกงัดขึ้นมาใช้  

ครึ่งหลังเป็น เชียงราย ที่คุมเกมไว้ได้อยู่หมัด ผ่านการตั้งรับที่หนาแน่นและปล่อยให้ โปลิศ เทโร ต่อบอลบุกเข้าใส่ แล้วเมื่อไรที่ได้บอลก็จะสวนกลับแบบสุดทาง ซึ่งน่าได้ประตูเพิ่มถ้าเฉียบคมกว่านี้ ส่วนทางฝั่งมังกรโล่เงิน พาบอลเข้าพื้นที่เขตโทษไม่ได้เลย หรือต่อให้เข้าไปได้ก็แค่หันหลังให้ประตู กระทั่งการยิงไกล คือ ท่าไม้ตายสุดท้าย แต่ก็ไม่มีความใกล้เคียงที่จะเป็นประตู 

บทสรุปจากเกม ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ใช้การเพรสซิ่งสูงใส่เพื่อให้ได้บอลกลับมาครอง ซึ่งการเล่นลักษณะนี้ช่วยให้พวกเขาขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ทำให้หลังจากนั้นสามารถถอยไปตั้งรับและรอโต้กลับตามถนัด กระนั้นมันน่าเสียดายที่พวกเขามีโอกาสแล้วไม่ได้ประตูเพิ่ม ส่วนทางฝั่งโปลิศ เทโร เอฟซี การเล่นที่ผิดพลาดในช่วงต้น ได้กลายเป็นปัจจัยให้พวกเขาต้องเสียประตู

ซึ่งนี่เป็นโจทย์ที่ไม่ควรพลาดถ้าต้องเล่นกับเชียงราย ทำให้เมื่อโดนยิงนำไปแล้ว การจะทวงคืนเป็นได้ยาก เพราะเจ้าบ้านมีความเชี่ยวชาญในการเล่นแบบเขี้ยวลากดิน ในขณะที่ตัวเองไม่ได้มีศักยภาพมากมายที่จะไปขึงบุกใส่ใคร สุดท้ายกลายเป็นพวกเขาบุกเท่าไรก็ไม่สามารถทำอันตรายได้ เพราะแนวรับเจ้าถิ่นยืนอัดแน่นเต็มพื้นที่กรอบเขตโทษ

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“พลาดทีเดียวถึงขั้นแพ้”

ขอทีเดียว เฉือน หนองบัว 1-0 ประเดิมนัดแรกในลีกสูงสุด

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดเปิดซีซั่น 2022/23 ณ สนามห้วยกระทิง ลำปาง เอฟซี ที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นทีมสุดท้าย จะต้องพบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว แถมทำผลงานขั้นเซอร์ไพรส์ ด้วยการจบอันดับ 5 สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-4-2 ขณะที่ทีมเยือนปรับเป็น 4-3-3 

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้นทั้ง 2 ทีมต่างมีความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง เริ่มจาก ลำปาง ที่ใช้ตัวเก่าจากลีกรองเป็นตัวหลัก ซึ่งมันช่วยให้การวิ่งไล่บอลในแดนตัวเองเกิดความแน่หนาในเกมรับ แต่เมื่อตัวเองได้บอลและจะทำเกมรุก รูปแบบการเข้าทำไม่มีทีมเวิรค์และเน้นความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะต่างชาติ ทำให้การจบสกอร์แบบหวาดเสียวแทบไม่มีให้เห็น ส่วนทางฝั่งหนองบัว รูปเกมดูดีกว่า กระนั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประสิทธิภาพในเกมรุกค่อนข้างทดถอยเพราะการให้บอลและโยนไปให้กองหน้าขาดความแม่นยำ รวมถึงการต่อบอลที่ยังดูติดๆขัดๆ อย่างไรเสียพวกเขาก็มีโอกาสเหน่งๆ แล้วดันทำไม่ได้เอง

ครึ่งหลังเริ่มมาได้แค่ 27 วินาที ลำปาง ขึ้นนำ 1-0 จากการเปิดบอลแล้วโหม่งไม่ดี แต่ผู้รักษาประตูกับกองหลังของทีมเยือนดันสื่อสารกันไม่ดี ทำให้บอลลั่นจนไปเข้าทางผู้เล่นลำปาง ได้โหม่งระยะเผาขน จากนั้นหนองบัว ยังคงเดินหน้าบุกต่อ โดยพยายามเล่นแบบเดิม คือ การต่อบอลและโยนจากด้านข้าง รวมถึงการวางบอลแทงเพื่อเล่นกับไลน์กองหลัง ซึ่งก็มีโอกาสและน่าได้ประตูตีเสมอ แต่ก็ยังไม่ได้ ขณะที่รถม้ามรกต หลังจากขึ้นนำไปแล้ว ก็ได้สวนกลับแบบนานๆครั้ง อีกทั้งการสวนขึ้นมาก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำให้จบเกมด้วยชัยชนะ 1-0 ของเจ้าถิ่น

บทสรุปจากเกม ลำปาง เอฟซี ถือว่าออกสตาร์ทได้สวยกับชัยชนะนัดแรกตั้งแต่วันเปิดหัวซีซั่น กระนั้นหากเจาะลึกลงไปที่ฟอร์มการเล่น ศักยภาพของนักเตะค่อนข้างเป็นรองจากทีมอื่นๆในลีกสูงสุด โดยจากที่เห็นในนัดนี้ พวกเขาพยายามจะเล่นเกมรับให้เหนียวแน่น แต่ก็โดนเจาะเข้ามาอยู่ตลอด อย่างไรก็ดีด้วยความที่คู่แข่งไม่คม มันก็เป็นผลให้พวกเขาไม่เสียประตู ส่วนประตูที่ได้มาก็เป็นส้มหล่นลูกใหญ่ แล้วหากเกมนี้ไม่มีจังหวะนี้ รถม้ามรกตทำได้เต็มที่คือเสมอ ขณะที่ หนองบัว พิชญ เอฟซี พยายามเล่นแบบเดิมๆเหมือนฤดูกาลที่แล้ว แต่พอตัวผู้เล่นมีการเปลี่ยนแปลง ประสิทธิภาพที่เคยทำได้มันดูลดลง ทำให้นับจากนี้ต้องรีบปรับจูนทีมให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นพญาไก่ชนจะลำบากแน่นอน

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

รีวิวโปรแกรมรีโว่ไทยลีก

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 (คู่วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 ของฤดูกาล ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นวันของทีมใหญ่ที่จะลงสนามเพื่อไล่ล่าคว้า 3 แต้ม แต่ทางกลับกันทีมเล็กที่ผลงานไม่ดี ก็หวังที่จะหยิบแต้มมาให้ได้เช่นกัน ฉะนั้นคู่ไหนว่าแน่ คู่ไหนมีสิทธิ์พลิก นับจากนี้เราจะมารีวิวกัน

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ ลำปาง เอฟซี (วันอาทิตย์, 17.30 น.) ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก

      เชียงรายเปิดหัวฤดูกาลนี้อย่างสวยหรูด้วย 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด แต่นัดล่าสุดมีอันต้องเสียซิงค์ประเดิมพ่ายแก่ พีที ประจวบ ตรงข้ามกับทางฝั่งลำปาง ที่การออกสตาร์ท 2 นัดแรกดูเหมือนจะมาดี แต่ใน 2 นัดหลัง คงได้ลิ้มรสชาติลีกสูงสุดว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฉะนั้นการเล่นที่บ้านของเชียงราย พวกเขาได้เปรียบทุกอย่างและน่าจะเฉือนชนะผู้มาเยือนได้แบบไม่มีปัญหา  

ราชบุรี เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ราชบุรีกลับมาในปีนี้ได้ไฉไลกว่าเดิม เพราะนอกจากจะไม่แพ้ใคร ก็ยังไม่เสียประตูให้ใครอีกด้วย ขณะที่ โปลิศ เทโร มีเกมตกค้าง 2 นัด แต่จากโปรแกรมที่ลงเตะไปแล้วถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัด ฉะนั้นหากเทียบฟอร์มกันแล้ว ราชันมังกรเหนือกว่าชัดเจนและจะคว้าชัยได้แบบสบายๆ   

สุโขทัย เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ถึงนาทีคงต้องยอมรับกันตรงๆว่า สุโขทัย ที่พึ่งกลับขึ้นมานั้น ศักยภาพยังห่างไกลจากทีมอื่นๆในลีกสูงพอสมควร ทำให้ไม่แปลกนักที่ผลงานจะไม่ดี ต่างจาก ทรู แบงค็อก ที่การออกสตาร์ทสวยหรูแบบนี้ทุกปีเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นแม้ว่าแข้งเทพจะบุกไปเยือน ก็จะไม่มีปัญหาสำหรับการเก็บ 3 แต้ม อีกทั้งการยิงประตูมากกว่า  1 ลูก ก็น่าจะมีให้เห็น    

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 19.00 น.) ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก

      บุรีรัมย์ นัดที่แล้วเกือบไม่รอด กับการไล่ตีเสมอ บีจี ปทุม 2-2 แบบมีดราม่า ซึ่งการเก็บ 1 แต้มทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มหัวตารางก็จริง แต่จากฟอร์มการเล่นที่มักเสียประตูทุกนัด ก็ได้กลายเป็นปัญหาที่อิชิอิ ต้องแก้ ส่วนทางฝั่งเมืองทอง มาตรฐานของทีมค่อนข้างตกลง โดยเฉพาะการขาดพ็อพพ์ ที่เห็นได้ชัดถึงศักยภาพในเกมรุกที่มลายหายไป พร้อมกับการยิงประตูคู่แข่งที่ยากขึ้น ฉะนั้นการเล่นที่ช้างอารีน่าในครั้งนี้ ปราสาทสายฟ้าน่าจะกินผู้มาเยือนแบบนิ่มๆได้  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

รีวิวโปรแกรมรีโว่ไทยลีก

ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 (คู่วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 ของฤดูกาล ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นวันของทีมใหญ่ที่จะลงสนามเพื่อไล่ล่าคว้า 3 แต้ม แต่ทางกลับกันทีมเล็กที่ผลงานไม่ดี ก็หวังที่จะหยิบแต้มมาให้ได้เช่นกัน ฉะนั้นคู่ไหนว่าแน่ คู่ไหนมีสิทธิ์พลิก นับจากนี้เราจะมารีวิวกัน

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ ลำปาง เอฟซี (วันอาทิตย์, 17.30 น.)

      เชียงรายเปิดหัวฤดูกาลนี้อย่างสวยหรูด้วย 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด แต่นัดล่าสุดมีอันต้องเสียซิงค์ประเดิมพ่ายแก่ พีที ประจวบ ตรงข้ามกับทางฝั่งลำปาง ที่การออกสตาร์ท 2 นัดแรกดูเหมือนจะมาดี แต่ใน 2 นัดหลัง คงได้ลิ้มรสชาติลีกสูงสุดว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฉะนั้นการเล่นที่บ้านของเชียงราย พวกเขาได้เปรียบทุกอย่างและน่าจะเฉือนชนะผู้มาเยือนได้แบบไม่มีปัญหา  

ราชบุรี เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ราชบุรีกลับมาในปีนี้ได้ไฉไลกว่าเดิม เพราะนอกจากจะไม่แพ้ใคร ก็ยังไม่เสียประตูให้ใครอีกด้วย ขณะที่ โปลิศ เทโร มีเกมตกค้าง 2 นัด แต่จากโปรแกรมที่ลงเตะไปแล้วถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัด ฉะนั้นหากเทียบฟอร์มกันแล้ว ราชันมังกรเหนือกว่าชัดเจนและจะคว้าชัยได้แบบสบายๆ   

สุโขทัย เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ถึงนาทีคงต้องยอมรับกันตรงๆว่า สุโขทัย ที่พึ่งกลับขึ้นมานั้น ศักยภาพยังห่างไกลจากทีมอื่นๆในลีกสูงพอสมควร ทำให้ไม่แปลกนักที่ผลงานจะไม่ดี ต่างจาก ทรู แบงค็อก ที่การออกสตาร์ทสวยหรูแบบนี้ทุกปีเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นแม้ว่าแข้งเทพจะบุกไปเยือน ก็จะไม่มีปัญหาสำหรับการเก็บ 3 แต้ม อีกทั้งการยิงประตูมากกว่า  1 ลูก ก็น่าจะมีให้เห็น    

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 19.00 น.)

      บุรีรัมย์ นัดที่แล้วเกือบไม่รอด กับการไล่ตีเสมอ บีจี ปทุม 2-2 แบบมีดราม่า ซึ่งการเก็บ 1 แต้มทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มหัวตารางก็จริง แต่จากฟอร์มการเล่นที่มักเสียประตูทุกนัด ก็ได้กลายเป็นปัญหาที่อิชิอิ ต้องแก้ ส่วนทางฝั่งเมืองทอง มาตรฐานของทีมค่อนข้างตกลง ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีกโดยเฉพาะการขาดพ็อพพ์ ที่เห็นได้ชัดถึงศักยภาพในเกมรุกที่มลายหายไป พร้อมกับการยิงประตูคู่แข่งที่ยากขึ้น ฉะนั้นการเล่นที่ช้างอารีน่าในครั้งนี้ ปราสาทสายฟ้าน่าจะกินผู้มาเยือนแบบนิ่มๆได้  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“กระต่ายยิงรัวส่งท้าย”

บีจี ปทุม ไม่ผ่อนคันเร่ง ถล่ม ชลบุรี ส่งท้าย 4-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามปทุมธานี สเตเดี้ยม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่การันตีอันดับ 2 จะต้องพบกับ ชลบุรี เอฟซี ที่ต้องการจบซีซั่นแบบสวยๆ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 แบบผสมตัวสำรอง ส่วนทีมเยือนวาง 4-2-3-1 โดยให้โอกาสบางคนที่ไม่ค่อยได้ลงเช่นกัน

บีจี ปทุม เริ่มเกมด้วยการเคาะบอลจากหน้าบ้านตัวเอง แล้วเข้าไปในแดนคู่แข่งแบบไม่จ่ายขวางพร่ำเพื่อ ก่อนที่ผู้เล่นทางริมเส้นจะอาศัยการเลี้ยงจี้เลี้ยงตัดแล้วยิง จนเกือบได้ประตู ขณะเดียวเดียวกัน ชลบุรี ต้องแพ็คเกมรับตั้งแต่แดน 3 แต่ก็รับมือไม่อยู่ กระนั้นประตูนำ 1-0 ของเจ้าถิ่น มาจากความผิดของ เอลสตรอง ที่สื่อสื่อกับ ทัดพิชา ไม่เคลียร์ สุดท้ายกลายเป็นโขกเข้าประตูตัวเองแบบสุดสวย

ครึ่งหลัง บีจี ปทุม ควรได้ประตูนำ 2-0 อย่างยิ่ง เพราะการต่อขึ้นมาแบบสุดสวย มันเป็นผลให้ทีมเยือนไล่เพรสไม่เจอบอล แต่การจบสกอร์ของ เจนรบ นับว่าผิดหวัง กลับกันพอเป็นคราวของ ชลบุรี พวกเขาสามารถตีเสมอ 1-1 จากการแทงบอลที่ไม่น่ามีปัญหา แต่ ประสิทธิ์ จับจังหวะบอลผิด กระทั่งเด้งขาตัวเองแล้ว คานยุบ ได้ล่อเป้าง่ายๆ อย่างไรเสีย บีจี ปทุม ไม่เสียอาการและยังเดินหน้าต่อได้ แล้วใช้เวลาไม่นานก็ยิงขึ้นนำ 2-1 จากการเคาะขึ้นมาและหนีเพรสซิ่งฝ่ายตรงข้ามไปที่ฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลย้อนมาหน้ากรอบให้ พีรพงษ์ ยิงเสียบหน้าต่างเสาไกล จากนั้นเหมือนสกอร์ไหล เพราะประตู 3-1 มีลักษณะคล้ายๆประตูที่ 2 แต่ในจังหวะสุดท้ายมีการฟาวล์ในกรอบ การทำประตูจึงมาจากจุดโทษ ส่วนประตู 4-1 เป็นการขึง แล้ววางข้ามไลน์ ดิโอโก้ให้ เบียดชนะเหลี่ยม เคลิช เข้าไปล่อตาข่าย

      บทสรุปจากเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล่นได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะการเซตขึ้นมาแบบไม่มีจ่ายเสียง่ายๆ อีกทั้งมันยังช่วยให้การเพรสซิ่งบริเวณแดนกลาง สามารถพานบอลไปถึงแดนหน้า กระทั่งยิงประตูได้แบบมากมาย  ส่วนเกมรับก็ไม่มีปัญหา นอกเสียจากความผิดพลาดส่วนบุคคที่ทำให้เสียประตู ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี ไม่ถึงกับฟอร์มแย่ แต่คุณภาพสู้เจ้าถิ่นไม่ได้ ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากความพยายามที่จะเพรสซิ่งกลางสนาม เพื่อให้บอลไม่หลุดเข้าไปในแดนอันตราย แต่ยิ่งไล่เท่าไรก็ไล่บอลไม่จนมุมและต้องวิ่งหน้าตั้งกลับมาหน้าประตู สุดท้ายจึงต้านไม่อยู่และต้องพ่ายแพ้ไป

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“แดร์เลย์ เบิ้ล 2”

ราชบุรี  ได้ แดร์เลย์ยิงเบิ้ล เฉือน ขอนแก่น 2-1 ปิดท้ายซีซั่น  

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามิตรผล สเตเดี้ยม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ที่ไม่มีอะไรต้องกังวล วันนี้จึงทำการส่งชื่อ โตโน่ ภาคิน ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง จะต้องพบกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ไม่มีอะไรต้องกังวลเช่นกัน ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ขณะที่ทีมเยือนเป็น 3-5-2

      การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ราชบุรี มิตรผล ใช้บอลด้านข้างกดดันได้ดี แต่ยังขาดโอกาสยิง กลับกัน ขอนแก่น มีแค่ เมโล่ ที่คอยเลี้ยงฝ่าคนเดียว แต่พวกเขาได้ประตูนำ 0-1 จากฟรีคลิกที่เปิดแล้วเหมือนน้ำหนักเบา แต่มันกลายเป็นดีที่ตัวแรกได้เข้าชาร์ต กระนั้นก็ต้องโทษแนวรับที่ประกบไม่ดี และ อุกฤษณ์ ที่เลือกขยับออกมาจนหมดสิทธิ์เซฟ จากนั้นกลายเป็นจงอางผยองที่ดูดีกว่า แต่ยังติดแนวรับเจ้าบ้านเท่านั้น อย่างไรเสียด้วยความยอดเยี่ยมของ แดร์เลย์ ที่โยนบอลใส่ แล้วตัวเองโดนประชิด แต่ก็ยังเบียดและยิงบอลเข้าจากมุมแคบเข้าเสาไกล ตีเสมอเป็น 1-1 แบบที่ราชันมังกรไม่ได้เหนือกว่า และแทบจะไม่มีโอกาส   

ครึ่งหลัง ขอนแก่น พยายามโจมตีด้วยบอลด้านข้าง แต่ก็ยังเหมือนช่วงท้ายครึ่งแรก คือ ยังไม่ได้ยิงแบบเหน่งๆ กลับกันพอเป็น ราชบุรี ที่ได้บุกบ้าง กลับได้ประตูนำ 2-1 จากเปิดเข้าหัว แดร์เลย์ ซึ่งโหม่งไปชนเสา แต่เหลี่ยมบอลไปโดนเท้า ยศพล เด้งเข้าประตูไป แล้วจากนั้นราชมังกรก็เลือกที่จะปิดเกม

ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มีช่วงที่เล่นดีกว่าคู่แข่ง คือ ช่วงต้นเกม แต่พอเสียประตูแรก รูปเกมก็เป็นรองมาตลอด กระนั้นยังดีที่ แดร์เลย์ กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกมนี้ กับการวางใส่เจ้าตัวเพียงไม่กี่ครั้ง ก็ได้ประตูถึง 2 ลูก กระทั่งเป็นผลให้ราชันมังกรคว้า 3 แต้ม เป็นการส่งท้าย ส่วนทางฝั่ง ขอนแก่น ยูไนเต็ด เกมนี้มาแบบรัดกุม จนเมื่อได้ประตูนำ 0-1 นักเตะเริ่มมั่นใจและกล้าจะสู้กับเจ้าบ้านแบบไม่เกรงกลัว แต่ในเรื่องของจังหวะพวกเขาแพ้เจ้าถิ่น โดยประตูแรกที่เสียป้องกันแบบแนบสนิทแล้ว กระนั้นก็ยังเอาไม่อยู่ ส่วนประตูที่ 2 เหลี่ยมบอลไม่เป็นใจให้ เพราะมันชนเสาแล้วมาเด้งโดนเท้าพอดี ส่วนเกมรุกที่ได้เห็นในวันนี้ จงอางผยองเน้นการโจมตีทางริมเส้นด้วยโยนป้อนให้หน้าเป้า ซึ่งตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับขอนแก่น ที่มักโจมตีด้วยฝากบอลหรือแทงทะลุช่องให้แนวรุก

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“แข้งเทพโหดส่งท้าย”

บียู ทำเสียแบบงงๆ ก่อนไล่ถล่ม เชียงใหม่ 4-2      

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่การันตีอันดับ 3 เป็นที่แน่นอนแล้ว จะต้องพบกับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ที่ได้ลงเล่นเกมส่งท้าย ก่อนลงไปสู่ไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้า ฉะนั้นเกมนัดนี้ไม่มีกดดันใดๆต่อทั้ง 2 ทีม ส่วนผังการเล่นที่ทั้งคู่วางมา เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ขณะที่ทีมเยือนเป็น 3-4-3

ด้วยความที่ทั้ง 2 ทีม ไม่มีความกดดันใดๆ ทำให้รูปเกมช่วงครึ่งชั่วโมงแรกเป็นไปอย่างน่าเบื่อ กระนั้นโอกาสแรกของเกมเป็นทางฝั่งเชียงใหม่ ที่ได้ส้มหล่นจากเจ้าบ้านที่สกัดไม่ดี แต่นักเตะช้างเผือกยิงไม่คมเอง จากนั้นเมื่อเข้าสู่ 15 นาทีสุดท้าย ทรู แบงค็อก เริ่มตั้งเกมและขึงบุก จนแนวรับทีมเยือนต้องบ็อคพื้นที่กรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอดพ้นที่จะเสียประตู 1-0 จากลูกโหม่งเตะมุมของเอฟเวอร์ตัน ที่กระโดดโขกแบบเต็มแรงและได้ทิศทาง

ครึ่งหลัง เชียงใหม่ ได้ลูกตีเสมอ 1-1 จากความผิดพลาดของ มิก้า ที่สกัดแล้วกลายเป็นพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสุดสวย กระนั้นการเสียประตูในครั้งนี้ มันได้เป็นแรงขับเคลื่อนให้ บียู เร่งเครื่องแล้วได้ประตูแบบไหลมาเทมา ไล่ตั้งแต่ประตู 2-1 ที่โยกบอลไปมาจน คาร์เตอร์ ว่าง ก็จัดการโยนให้โหม่งแบบเฉือนๆ ประตู 3-1 เป็นการโต้กลับเร็ว แล้ว ชนานันท์ ตัดสินใจยิงบริเวณหัวกะโหลกด้านซ้ายแบบเฉียบคม ประตู 4-1 แนวรับทีมเยือนเปิดพื้นที่ว่างไว้ ทำให้ วานเดอร์ จัดการยิงแบบไม่เหลือซาก อย่างไรก็ดี ช้างเผือกมาได้ประตูตีตื้น 4-2 จากจุดโทษเป็นการปลอบใจ

บทสรุปจากเกม ทรู แบงค็อก เริ่มเกมแบบไม่รีบร้อน จนเมื่อเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง ก็ได้เร่งเครื่องจนได้ประตู ก่อนที่ในครึ่งหลังจะรัวหนักและได้เพิ่มอีก 3 ประตู ซึ่งหากดูจากภาพรวม ถือว่าเป็นการจบสกอร์ที่เฉียบคมและใช้โอกาสไม่เปลื้อง แต่สำหรับเกมรับยังคงเสียประตูง่าย ทั้งๆที่ไม่ถูกกดดันอะไรเลย ส่วนทางฝั่ง เชียงใหม่ ยูไนเต็ด วันนี้วางเกมรับแน่นหนาตามสูตรทีมรอง จนเมื่อถูกขึงบุกใส่ก็เริ่มเห็นถึงการแพ็คป้องกันพื้นที่กรอบเขตโทษ แต่สุดท้ายก็ไม่รอด ส่วนในครึ่งหลัง มาตรฐานการป้องกันอ่อนกำลังลงจนโดนยิงแบบรัวๆ ขณะที่เกมรุกแทบจะไม่มีรูปการณ์เข้าทำอะไรเลย จะมีเพียงการใช้ความสามารถเฉพาะตัว อีกทั้ง 2 ประตูที่ได้มา ก็มีโชคเข้ามาช่วยแบบเต็มๆ

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“สมหวังทั้งคู่”

เมืองทอง ได้ท็อปโฟร์ เฉือน ประจวบ ที่รอดตกชั้น 2-1     

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือเกมนัดสุดท้าย ณ สนามธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม เมืองทอง ยูไนเต็ด จะต้องลงล่าท็อปโฟร์ด้วยการพบกับ พีที ประจวบ เอฟซี ที่การบุกมาเยือนมีความกดดันเต็มบ่า เพราะหากพวกเขาแพ้ แล้ว สมุทรปราการ ชนะ มันจะเป็นต่อพิฆาตที่ต้องร่วงตกชั้น ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านมาในระบบเก่ง 4-1-4-1 ขณะที่ทีมเยือนใช้ 3-5-2

      ในช่วงต้นเกมต่างฝ่ายต่างเล่นแบบเน้นความปลอดภัย จนในนาทีที่ 24 เมืองทอง มาได้ประตูนำ 1-0 โดยจังหวะเปิดครั้งแรกล้น แล้ว อานิเยร์ ตามไปเก็บและจ่ายยัดให้ ซาร์เดอร์ ยิงแบบไม่มีสิทธิ์เซฟ ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับทีมเยือนดูเหม่อลอยไปหน่อย เพราะไม่ประกบชิดและสกัดไม่เด็ดขาด จากนั้น พีที ประจวบ ต้องพยายามบุก เพราะไม่อยากรอลุ้นผลอีกคู่ แต่ด้วยความที่ตัวเองเสียบอล มันก็เข้าทางเจ้าบ้านที่ได้สวนกลับตามถนัด แต่ยังดีที่แนวรับต่อพิฆาตยังลงมาปิดพื้นที่ไว มิเช่นนั้นอาจโดนยิงเพิ่มไปแล้ว  

ครึ่งหลัง เมืองทอง บุกขึ้นมาแล้วไม่ได้ประตูเพราะบอลออกเส้นหลังก่อน จากนั้นในจังหวะต่อเนื่องได้เกิดจุดพลิกผัน พีที ประจวบ ได้จุดโทษจากแฮนด์บอล  แล้ว โมต้า สังหารไม่พลาด ตีเสมอ 1-1 ซึ่งจากสกอร์ตรงนี้ ทีมเยือนค่อนข้างพอใจจึงกลับมาเล่นแบบประคอง แต่การประคองมันก็เหมือนรอโดนยิง เนื่องจาก เมืองทอง โจมตีใส่เป็นระลอก กระทั่งมาได้ประตูนำ 2-1 จากการแทงไปหน้ากรอบแล้วเหลือแค่แตะหลบ ราโอวัช ก่อนใส่สกอร์เท่านั้น ส่วนในช่วงเวลาที่เหลือราว 10 กว่านาที ต่อพิฆาตไม่เร่งเกมอีกต่อไป เพราะผลสกอร์อีกคู่เป็นใจ ทำให้เกมนี้เหลือแค่เล่นให้จบเท่านั้น

บทสรุปจากเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นเกมนี้แบบไม่มีความกดดันเท่าไร ทำให้เกมบุกเดินไปเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาสก็เข้าทำทันที ซึ่งจะเห็นจากทั้ง 2 ประตู ที่ช่องว่างเมื่อไรโจมตีทันที ส่วนประตูที่เสียไป ถือเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคล ขณะที่ พีที ประจวบ เอฟซี วันนี้เหมือนเล่นตามมีตามเกิดและรอให้ฝนฟ้าเป็นตัวสิน เพราะการเล่นในแมตช์นี้ไม่เหมือนกับทีมที่ต้องดิ้นรนหนีตาย ซึ่งมันจะเห็นได้จากเกมรับที่ยืนไม่แน่นหนาตลอด 90 นาที แล้วพอมีดวงและสกอร์เป็นใจ ก็กลับมาเล่นรับเสมือนรอโดนยิง แล้วสุดท้ายก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ กระนั้นยังดีที่ผลอีกคู่เป็นใจ มิเช่นนั้นมีสิทธิ์น้ำตาตกในไปแล้ว

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“สิงห์จเด็จโดนน็อค”

เทโร ปิดท้ายซีซั่น น็อค การท่าเรือ 2-1   

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดปิดฤดูกาล ที่สนามบุญยะจินดา โปลิศ เทโร เอฟซี ที่จะได้ลงเล่นในบ้านนัดสุดท้าย วันนี้จัดชุดเต็มในระบบ 3-4-3 พบกับ การท่าเรือ เอฟซี ของโค้ชจเด็จ ที่โชว์ผลงานอย่างสวยหรูในนัดก่อน ส่วนวันนี้จัดตัวจริงผสมสำรองบางรายในระบบ 4-1-4-1

      การแข่งขันในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ถือเป็นเกมที่สนุกสุดมันส์ โดยทางฝั่งการท่าเรือ พยายามยืนแพ็คในแดน 1 และ 2 เพื่อไม่ให้คู่แข่งเคาะบอลเข้ามาโดยง่าย แต่ทางฝั่งเจ้าบ้านใช้การวางบอลยาวข้ามไปแดน 3 สุดท้ายนักเตะการท่าเรือต้องวิ่งหน้าตื่นลงไปตั้งรับ ส่วนเกมรุก สิงห์เจ้าท่าพยายามเคาะบอลให้เกิดช่องทางริมเส้น แล้วเปิดไปหน้าประตู ซึ่งก็เข้าเป้าแต่ยังไม่ได้ประตู ขณะเดียวกันก็มีการจ่ายแทงถึงหน้าประตูแบบนานๆครั้ง

      โปลิศ เทโร วางเกมรับแน่หนาและยังไม่มีข้อผิดพลาด ส่วนเกมรุกต้องใช้การวางบอลยาวเป็นหลัก กระทั่งมาได้ประตูนำ 1-0 จากการโต้กลับ โดย เปาลิสต้า ลากบอลตัดเข้าในและยิง แต่ชนเสา แล้วจังหวะนั้น ธีรเทพ ตามมาเก็บบอลและลากไปทางมุมแคบ ก่อนจะซัดแสกหน้าเข้าไป จากนั้นรูปเกมก็เบาลงเพราะ เทโร รับแน่นและรอสวนกลับ ส่วน การท่าเรือ ถ้าไม่เบาเกมอาจโดนเพิ่ม เพราะที่ผ่านมาใช้กำลังวิ่งกวดไปเยอะ

ครึ่งหลังรูปเกมยังดูทรงๆ จน การท่าเรือ เริ่มเปลี่ยนตัวและแก้เกม จนนาทีที่ 76 ก็มาได้ลูกตีเสมอ 1-1 จากการลากบอลรอของ นูรูณ จนเมื่อ ซัวเรช เข้าช่องก็จัดการเปิดบอลแล้วใช้อกพักเข้าไป จากนั้นกลายเป็นสิงห์เจ้าท่าโหมบุกเพื่อหวังเอา 3 แต้ม แต่ดันมีจังหวะที่ไปเลี้ยงวนจนโดนฉกและสวนกลับ ก่อนที่ เปาลิสต้า จะลงโทษด้วยการยิงนำ 2-1

บทสรุปจากเกม โปลิศ เทโร เอฟซี วางเกมรับมาได้ดี อีกทั้งยังดักบอลและโต้กลับได้มีประสิทธิภาพ กระทั่งยิงได้ 2 ประตู ส่วนประตูที่เสียต้องยอมรับว่าการชิงไหวชิงพริบช้ากว่าคู่แข่ง ขณะที่ การท่าเรือ เอฟซี การยืนเพรสในแดน 1 และ 2 สุดท้ายทำให้นักเตะเหนื่อยกว่าเดิม กับการต้องวิ่งหน้าตื่นลงไปตั้งรับ อีกทั้งการเสียบอลกลางทางก็ทำให้นักเตะเสียพลังงานเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้ช่วงท้ายครึ่งต้องผ่อน มิเช่นนั้นจะโดนเพิ่ม กระทั่งครึ่งหลัง รูปเกมเริ่มดีขึ้นและได้ประตูตีเสมอ แต่สุดท้ายดันมีความผิดพลาดส่วนบุคคล จนต้องแพ้แบบโดนน็อค

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“สุพรรณอเดสู่ขิต”

สุพรรณบุรี สู่ขิต แพ้ถล่ม บียู 5-2 ร่วงลีกรองหนแรกในรอบ 9 ปี  

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 29 ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ณ สนามธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ในตอนนี้น่าจะการันตีอันดับ 3 ต้องพบกับ สุพรรณบุรี เอฟซี ที่การแพ้ในนัดล่าสุดถือเป็นเรื่องเสียหายอย่างใหญ่หลวง แล้วมันก็ส่งให้วันนี้ต้องชนะสถานเดียว มิเช่นนั้นจะต้องเป็นทีมที่ 2 ที่ต้องตกชั้นตามเชียงใหม่ไป สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ส่วนทีมเยือนเป็น 3-5-2

      ทรู แบงค็อก ขึงและวางบอลเข้าใส่แนวรับทีมเยือน ซึ่งมีที่ได้ประตูและถูกริบ ก่อนจะมาได้จริงๆในนาทีที่ 17 จากจุดโทษ จากนั้นก็ยังเป็นแข้งเทพที่บุกและครองบอลแทบจะฝ่ายเดียว ส่วนทางฝั่งสุพรรณบุรี ได้แต่ตั้งรับและเกมรุกไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งการขาด ดานีโล่ ทำให้พ่อเลี้ยงอย่าง เอนริเก้ ต้องโชว์ฉายเดี่ยว กระนั้นในนาทีที่ 40 ช้างศึกยุทธหัตถีมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 โดยในจังหวะนี้ไม่มีอะไรเลย เพราะมันเป็นการเปิดแบบธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือแนวรับบียู ยืนนิ่งและปล่อยให้ตัวประกบที่ใกล้ที่สุดเป็นแนวรุกอย่าง ชนานันท์

ครึ่งหลังรูปเกมยังทรงๆ กระทั่งนาทีที่ 64 แนวรับทีมเยือนไปดึงแขน เฮแบร์ตี้ ก่อนจะลุกขึ้นมายิงจุดโทษเป็น 2-1 จากนั้นเหมือนสกอร์ไหลและแนวรับทีมเยือนเริ่มสมาธิแกว่ง ไล่ตั้งแต่ประตู 3-1 ที่ไปรุม วานเดอร์ หลยุส์ พอเขี่ยให้ เฮแบร์ตี้ ก็ไม่เหลือ ส่วนประตู 4-1 เป็นการโหม่งตัดหน้า กระนั้นในแผงเกมรับของแข้งเทพ ก็น่าตำหนิที่เสียประตู 4-2 จากการเปิดมาหน้าปากประตู แล้วมีผู้เล่นบียูยืนอยู่เต็มไปหมด แต่ดันปล่อยให้ จอง ฮัน ซอล ที่อยู่ไกลลิบ ได้วิ่งมาโหม่งเสียอย่างนั้น ขณะที่ประตูปิดท้าย 5-2 คาร์เตอร์ ลากขึ้นมา แล้วเปิดอัดเท้า รุ่งรัฐ เข้าไป

  บทสรุปจากเกม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เกมรุกไม่ค่อยน่าห่วง เพราะเมื่อมีโอกาสก็สามารถทำได้เรื่อยๆ เว้นเสียแต่เกมรับที่เสียง่ายๆแบบนี้หลายนัด ซึ่งหากปล่อยไว้ไปยังฤดูกาลหน้า มันจะมีผลต่อการลุ้นแชมป์แน่นอน ส่วนทางฝั่ง สุพรรณบุรี เอฟซี พอไม่มี ดานีโล่ จากที่เป็นรองก็ยิ่งเป็นรองมากขึ้น ทำให้ในเกมนี้ต้องรับให้หนาแน่น แล้วรอเล่นฉาบฉวย แต่พอลงไปเล่นจริงๆเกมรับไม่แน่นหนา แถมมีความผิดพลาดส่วนบุคคล ทำให้ความพ่ายต้องเกิด สุดท้ายการตกชั้นมันก็สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของทีมที่มีจำกัดเพียงเท่านี้จริงๆ

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover