Categories
ข่าวกีฬา

“เท่ากันทั้งผู้เล่นและสกอร์”

กำลังจะได้เฮ แต่โดน บาโบ้ ยิงตะบัดแบ่งแต้มให้ เทโร 1-1   

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 5 ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ณ สนามดรากอนโซล่าพาร์ค ราชบุรี เอฟซี ที่ผลงานช่วงหลังเริ่มหลุดเสมอ จนถูกทีมนำทำแต้มทิ้งห่าง จะต้องพบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี ที่การคว้าชัยชนะอยู่เรื่อยๆ มันก็ช่วยให้พวกเขาลืมการหนีตายไปได้เลย สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ส่วนทีมเยือนเป็น 4-4-2  

      โปลิศ เทโร ถือว่าสร้างความลำบากให้เจ้าบ้านได้ดี โดยเฉพาะเกมเพรสซิ่งในพื้นที่กลางสนามและในแดน 1-2 กระนั้นในนาทีที่ 22 พวกเขาต้องมาเหลือผู้เล่น 10 จากการยกเท้าเตะสูงจนไปโดนใบหน้าคู่แข่ง แล้วผู้ตัดสินไปดู VAR และมาให้ใบแดง ซึ่งใสจังหวะนี้ดูไม่เจตนาและไม่น่าถือแดง แล้วหลังจากนั้น มังกรโล่เงินพยายามเล่นเกมรับให้รัดกุม เพราะตัวน้อยกว่า ส่วนทางฝั่ง ราชบุรี การขึ้นบอลจะต้องแกะเพรสซิ่งของคู่แข่งตั้งแต่กลางสนาม อย่างไรเสียพอทีมเยือนเหลือ 10 คน มันกลายเป็นพวกเขาเจาะพื้นที่แดน 3-4 ไม่ได้เลย

ครึ่งหลัง ราชบุรี มาพลาดเหลือผู้เล่น 10 คน จากการสไลค์เปิดปุ่ม ซึ่งในจังหวะนี้ตัดสินถูกต้อง แล้วจากนั้นกลายเป็นว่าทั้ง 2 ทีม ต่างระวังตัวจนแทบไม่มีจังหวะหวาดเสียว กระทั่งเข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม ราชบุรี พยายามจะโหม แล้วจังหวะบอลเป็นใจมาลงที่หัวของ สิทธิโชค ทำให้ขึ้นนำ 1-0 นั่นจึงทำให้ เทโร ก็อยู่เฉยไม่ได้และต้องแลกเหมือนกัน โดยการวางบอลไดเรคจากหลังไปให้กองหน้า สุดท้ายมาสำเร็จในนาทีที่ 90+4 จากการยิงตรงกรอบเขตโทษของ บาโบ้ ทั้งๆที่การจับบอลเหมือจะไม่ดีแล้ว แต่การเอาเท้ากระแทรกบอลให้พุ่งเสียบ 3 เหลี่ยม มันก็สุดปัญญาที่จะเซฟได้จริงๆ

      บทสรุปจากเกม ราชบุรี เอฟซี ถือว่าเสียหายที่เก็บ 3 แต้ม ไม่ได้ อีกทั้งโมเมนตันก็มีความได้เปรียบแล้วทุกอย่าง แต่ดันเล่นแบบเหี่ยวเฉากันเอง จนท้ายเกมเหมือนจะโชคดีที่ยิงนำได้ แต่การเสียบอลและโดนโต้กลับ มันก็มีสัญญาณเตือนมาก่อนแล้วพวกเขาไม่ยอมถอยมาเล่นรัดกุม  สุดท้ายวันนี้ต้องจบด้วยการแบ่งแต้ม

ส่วนทางฝั่ง โปลิศ เทโร เอฟซี พกวเขาพยายามเล่นเพื่อให้เจ้าบ้านตั้งเกมไม่ได้และลำบากเมื่อต้องครองบอล กระนั้นมันก็มีปัจจัยอื่นที่ให้พวกเขาเกือบมือเปล่าออกไป เช่น การเหลือผู้เล่น 10 คน ราว 30 นาที หรือการโดนยิงนำแล้วมีเวลาให้แก้ตัวแค่ 10 นาที แต่สุดท้ายก็ต้องชื่นชมที่พยายามบุกแลก จนยิงได้และคว้า 1 แต้ม อันล้ำค่าออกมา

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

รีวิวโปรแกรมรีโว่ไทยลีก

ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 (คู่วันอาทิตย์)

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก ฤดูกาล 2022/23 นัดที่ 5 ของฤดูกาล ในโปรแกรมวันอาทิตย์ ถือว่าเป็นวันของทีมใหญ่ที่จะลงสนามเพื่อไล่ล่าคว้า 3 แต้ม แต่ทางกลับกันทีมเล็กที่ผลงานไม่ดี ก็หวังที่จะหยิบแต้มมาให้ได้เช่นกัน ฉะนั้นคู่ไหนว่าแน่ คู่ไหนมีสิทธิ์พลิก นับจากนี้เราจะมารีวิวกัน

ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด พบกับ ลำปาง เอฟซี (วันอาทิตย์, 17.30 น.)

      เชียงรายเปิดหัวฤดูกาลนี้อย่างสวยหรูด้วย 9 แต้มเต็มจาก 3 นัด แต่นัดล่าสุดมีอันต้องเสียซิงค์ประเดิมพ่ายแก่ พีที ประจวบ ตรงข้ามกับทางฝั่งลำปาง ที่การออกสตาร์ท 2 นัดแรกดูเหมือนจะมาดี แต่ใน 2 นัดหลัง คงได้ลิ้มรสชาติลีกสูงสุดว่ามันไม่ง่ายอย่างที่คิด ฉะนั้นการเล่นที่บ้านของเชียงราย พวกเขาได้เปรียบทุกอย่างและน่าจะเฉือนชนะผู้มาเยือนได้แบบไม่มีปัญหา  

ราชบุรี เอฟซี พบกับ โปลิศ เทโร เอฟซี (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ราชบุรีกลับมาในปีนี้ได้ไฉไลกว่าเดิม เพราะนอกจากจะไม่แพ้ใคร ก็ยังไม่เสียประตูให้ใครอีกด้วย ขณะที่ โปลิศ เทโร มีเกมตกค้าง 2 นัด แต่จากโปรแกรมที่ลงเตะไปแล้วถือว่าน่าเป็นห่วง เพราะพวกเขาพ่ายแพ้ทั้ง 2 นัด ฉะนั้นหากเทียบฟอร์มกันแล้ว ราชันมังกรเหนือกว่าชัดเจนและจะคว้าชัยได้แบบสบายๆ   

สุโขทัย เอฟซี พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 18.00 น.)

      ถึงนาทีคงต้องยอมรับกันตรงๆว่า สุโขทัย ที่พึ่งกลับขึ้นมานั้น ศักยภาพยังห่างไกลจากทีมอื่นๆในลีกสูงพอสมควร ทำให้ไม่แปลกนักที่ผลงานจะไม่ดี ต่างจาก ทรู แบงค็อก ที่การออกสตาร์ทสวยหรูแบบนี้ทุกปีเป็นเรื่องปกติ ฉะนั้นแม้ว่าแข้งเทพจะบุกไปเยือน ก็จะไม่มีปัญหาสำหรับการเก็บ 3 แต้ม อีกทั้งการยิงประตูมากกว่า  1 ลูก ก็น่าจะมีให้เห็น    

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด (วันอาทิตย์, 19.00 น.)

      บุรีรัมย์ นัดที่แล้วเกือบไม่รอด กับการไล่ตีเสมอ บีจี ปทุม 2-2 แบบมีดราม่า ซึ่งการเก็บ 1 แต้มทำให้พวกเขาเกาะกลุ่มหัวตารางก็จริง แต่จากฟอร์มการเล่นที่มักเสียประตูทุกนัด ก็ได้กลายเป็นปัญหาที่อิชิอิ ต้องแก้ ส่วนทางฝั่งเมืองทอง มาตรฐานของทีมค่อนข้างตกลง ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีกโดยเฉพาะการขาดพ็อพพ์ ที่เห็นได้ชัดถึงศักยภาพในเกมรุกที่มลายหายไป พร้อมกับการยิงประตูคู่แข่งที่ยากขึ้น ฉะนั้นการเล่นที่ช้างอารีน่าในครั้งนี้ ปราสาทสายฟ้าน่าจะกินผู้มาเยือนแบบนิ่มๆได้  

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

อย่างที่เราทราบกันดีว่าแชมป์ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020/21  ตกเป็นของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งจะว่าไปก็นับเป็นเรื่องเซอร์ไพร์สเล็กๆ แม้กระต่ายน้ำเงินครามจะเป็นทีมที่ใหญ่ แต่ก็คงไม่มีใครคิดว่าจะไปถึงแชมป์ ฉะนั้นวันนี้เราจะไปย้อนดูเส้นทางตลอดซีซั่นนี้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กลับขึ้นมาสู่ไทยลีก 1 อีกครั้ง หลังจากตกชั้นลงไปเล่นลีกรอง 1 ปี โดยตำแหน่งเฮดโค้ชยังเป็น ดุสิต เฉลิมแสน ขณะที่การเสริมตัวผู้เล่นใหม่ก็ไม่จัดว่าว้าวแต่อย่างใด ส่วนการออกสตาร์ท 4 นัดแรกของฤดูกาล เก็บได้ 10 คะแนน จากการ ชนะ 4 เสมอ 1 ซึ่งถือว่าทำผลงานได้เกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ แต่แล้วด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มทวีความรุนแรง ทำให้สมาคมฟุตบอลสั่งเบรกการแข่งขัน

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ในช่วงที่พักเบรกการแข่งขันนานกว่าครึ่งปี  หลายทีมมีการปรับเปลี่ยนโควตาต่างชาติ รวมถึงการปล่อยผู้เล่นที่ค่าเหนื่อยสูงเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ ซึ่งตรงจุดนี้ บีจี ปทุม  ยูไนเต็ด สวมวิญญาณกระต่ายมือไวด้วยการฉกตัวผู้เล่นชื่อดังมาร่วมทีม ได้แก่ สารัช อยู่เย็น กับ อังเดร ตูเญช ซึ่งเมื่อนำมารวมกับที่มีอยู่ก่อนแล้ว มันก็ยิ่งทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นไปอีก

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

การแข่งขันนัดที่ 5-15 กลับมาแข่งในเดือนกันยายน  โดยนัดประเดิมการรีสตาร์ทต้องออกไปเยือนทีมเต็งลุ้นแชมป์อย่าง การท่าเรือ เอฟซี แล้วในนัดนั้นบุกไปชนะได้ 1-0  จากนั้นต้องพบกับทีมใหญ่แบบรัวๆ คือ ทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ทำให้ตอนนั้นก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งจ่าฝูง พร้อมกับมี การท่าเรือ เอฟซี ตามจี้หลัง

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล็งเห็นแล้วว่าทีมมีปัญหาในเรื่องเกมรุก ทำให้เลกที่ 2  มีการเสริมกองหน้า 2 ราย ซึ่งชื่อชั้นนับได้ว่าเป็นระดับพระกาฬทั้งสิ้น ได้แก่ ติอาโก้ หลุยส์ซานโต กับ ธีรศิลป์ แดงดา โดยการเสริมแนวรุกครั้งนี้สภาพทีมจึงแข็งแกร่งทั่วแผ่น ทำให้การแข่งขันที่เหลืออีกกว่าครึ่งทาง กระต่ายน้ำเงินครามมีผลงานร้อนแรงไม่เลิกรา ในขณะที่คู่แข่งอย่าง การท่าเรือ เอฟซี สะดุดแบบรัวๆ กระทั่งช่องว่าง 4 แต้ม ขยายเป็น 20 ในไม่กี่สัปดาห์

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

เกมการแข่งขันเดินทางมาถึงนัดที่ 24 บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ก็สามารถการันตีตำแหน่งแชมป์ได้สำเร็จ เพราะคู่แข่งอย่าง การท่าเรือ เอฟซี สะดุดจนกู่ไม่กลับ อีกทั้ง สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และราชบุรี เอฟซี ก็ดันทำแต้มหล่นตลอดรายทาง ขณะที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลายเป็นรถด่วนที่กระโดดจากท้ายขึ้นมาจบที่ 2 อย่างไรเสียแม้ว่าจะการันตีตำแหน่งแชมป์ แต่กระต่ายน้ำเงินครามก็ยังมองถึงการทำสถิติเป็นแชมป์ไร้พ่ายทีมที่ 3

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ฉลองการรับถ้วยอย่างยิ่งใหญ่ในนัดที่ 29 (พบกับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี) ส่วนในนัดสุดท้ายต้องบุกไปเยือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถิ่นอาถรรพ์ที่ไม่เคยชนะ แต่เป็นคำตอบสุดท้ายว่าจะการทำสถิติไร้พ่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตามด้วยอาถรรพ์ที่รุนแรง กระต่ายน้ำเงินครามมิอาจต้านทานไหว สุดท้ายพ่ายไป 1-0 อดทำสถิติเป็นแชมป์แบบไร้พ่าย

ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
ย้อนเส้นทางสู่แชมป์ไทยลีกชอง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com