Categories
ข่าวกีฬา

“วันบอลแฉลบแห่งชาติ”

เมืองทอง ทั้งเก่งทั้งเฮง ทุบ บียู 3-1 ลุ้นจบท็อปโฟร์ 2 นัดสุดท้าย

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 28 คู่ส่งท้ายของวันอาทิตย์ ณ สนามธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ในตอนนี้มีลุ้นถึงท็อปโฟร์ จะต้องพบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ต้องรักษาอันดับที่ 3 ไว้ให้ได้เพื่อรอลุ้นส้มหล่นสำหรับโควตา ACL ทำให้ 3 แต้มในเกมนี้มีความหมายขึ้นมาทันที ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม ต่างใช้ระบบเก่งของตัวเอง โดยแบ่งเป็นเจ้าบ้านในระบบ 4-1-4-1 และทีมเยือนระบบ 4-3-3

      ในครึ่งแรกทั้ง 2 ทีม มีโอกาสพอๆกัน โดยทางฝั่ง ทรู แบงค็อก เริ่มต้นทางริมเส้น แล้วค่อยเลือกว่าจะจ่ายเข้ากลาง เลี้ยงตัด แทง หรือวางไปเสาไกล ส่วน เมืองทอง ใช้การต่อบอลตามช่อง ซึ่งอาจจะดูไม่วูบวาบเท่าทีมเยือน แต่ก็มาได้ประตูนำ 1-0 จากความผิดพลาดของ ฐิติพันธ์ ที่ไปจ่ายบอลพลาด จน อานีเยอร์ ได้ยิงติดบ็อคของ เอฟเวอร์ตัน แต่เหลี่ยมบอลดันเป็นใจและพุ่งเสียบเสาเข้าไป

ครึ่งหลัง บียู น่าได้ประตูตีเสมอสุดๆ จากการต่อบอลหน้าบ้านสู่แดนสุดท้ายของคู่แข่ง แต่ ชนานันท์ ดันยิงออกไปเสียได้ ซึ่งพอไม่ได้ประตูในจังหวะนี้ จังหวะถัดมาเป็นคิวของ เมืองทอง บ้าง ก็ได้โชว์การประสานงานของ 3 แนวรุกต่างชาติ ก่อนจบด้วย พ็อพพ์ ยิงติดแฉลบเข้าเสาแรกเป็น 2-0 ไม่เพียงเท่านั้น การเซตชอลขึ้นมาจากแดนตัวเอง ก็ได้มีการประสานของ 3 แนวรุกต่างชาติ จนสกอร์ไหลเป็น 3-0 จากนั้นทีมเยือนพยายามจะบุกเพื่อทวงประตูคืน แต่มักไปไม่ถึงแดนสุดท้ายเพราะเสียบอล ทำให้ต้องรอเจ้าบ้านเผลอในช่วงทดเวลา ถึงมาได้ประตูตีตื้น 3-1

      บทสรุปจากเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทด้วยฟอร์มที่ไม่ได้เหนือกว่า แต่พอคู่แข่งมีความผิดพลาดและตัวเองคว้าขึ้นนำได้ก่อนจบครึ่งแรก มันก็ช่วยให้ตัวเองเล่นง่าย ส่วนในครึ่งหลัง การรอดพ้นการเสียประตูจากจังหวะยิงของ ชนานันท์ ถือเป็นโมเมนตัมสำคัญที่ทำให้รูปเกมยังได้เปรียบ ก่อนที่ในจังหวะถัดมาจะสบโอกาสยิงทิ้งห่าง 2-0 และ 3-0 กระทั่งคว้า 3 แต้มในที่สุด

ขณะที่ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด รูปเกมดูวูบวาบกว่าในช่วงต้น แต่พอมาพลาดเสียประตู ความลำบากก็เข้าหาทันที ซึ่งในช่วงต้นครึ่งหลังถ้าได้ประตูตีเสมอจาก ชนานันท์ รูปเกมจะไม่ลงเอยแบบนี้ แต่พอไม่ได้และเสียประตูเพิ่ม สถานการณ์ก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ ฉะนั้นความพ่ายแพ้ในวันนี้ มาจากความผิดพลาดส่วนบุคคล ทีเด็ดทีขาดที่ไม่เต็มเปี่ยม และจังหวะฟุตบอลไม่เป็นใจให้เหล่าแข้งเทพเลย

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“ขึ้นชื่อว่าแมวนั้นตายยาก”

โคราช ฆ่าไม่ตาย ไล่เจ๊า บียู 2-2 ฉุดแข้งเทพยกธงขาวแชมป์ลีก

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 22 ในโปรแกรมวันเสาร์ ณ สนามธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่พึ่งพลิกล็อคพ่ายทีมในโซนแดง จะต้องพบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ที่วนเวียนอยู่กับผลแพ้-เสมอ จนอันดับเข้าใกล้โซนแดง สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 ขณะที่ทีมเยือนเป็น 3-5-2

      การแข่งขันเริ่มต้นแค่ 2 นาที ทรู แบงค็อก ยิงนำ 1-0 ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับทีมเยือนถอยกันหมด จน ปกเกล้า เลือกยิงไกล แล้วดันยิงดีเสียด้วย จากนั้น นครราชสีมา กลายเป็นฝ่ายที่ต้องเปลี่ยนแผนและเดินเกมบุก แต่กลางเสียบอลกลางทางแบบรัวๆ มีผลให้การทำเกมบุกไม่เป็นชิ้นเป็นอันและต่อเนื่อง แล้วมิวายมาเสียประตู 2-0 จากการที่ เฉลิมพงษ์ ถอยเยอะเกินไป จน รุ่งรัฐ ได้ลากตัดเข้าในและยิงตะบันไปเสาไกลในนาทีที่ 19 ทำให้การขึ้นนำถึง 2 ลูก ตั้งแต่เกมยังไม่ผ่าน 20 เจ้าบ้านเล่นสบาย กระนั้นในความสบายก็มีความผิดพลาดในเรื่องการสกัดบอล จนเกือบยื่นโอกาสทองให้ทีมเยือนลงโทษ

ครึ่งหลัง โคราช ปรับแท็กติกจนเล่นเกมรุกได้ดีขึ้น ซึ่งพวกเขาพยายามเล่นจังหวะเดียว เพื่อให้แนวรุกได้โหม่งชงตั้งบอลแล้วมีตัวเข้ามาโจมตี กระทั่งมาได้ประตูตีตื้น 2-1 จากการยิงไกล อย่างไรก็ตามเกมรุกของทีมเยือนไม่ค่อยต่อเนื่อง แต่สุดท้ายด้วยการสกัดบอลของแนวรับเจ้าบ้านที่เริ่มจะผิดพลาดบ่อยขึ้น ก็ได้กลายเป็นลูกจุดโทษให้ทีมเยือนยิงตีเสมอ 2-2 ขณะที่เวลาที่เหลืออีกราว 15 นาที รวมทดเวลา แข้งเทพพยายามจะกลับมาบุกใหม่ แต่ก็สติแตกไปแล้ว ส่วนสวาทแคทเหมือนจะพอใจกับผลเสมอ   

      ภาพรวมของทั้ง 2 ทีม ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทเกมนี้ได้อย่างสวยหรู หลังจากแนวรุกปืนฝืดมาหลายนัด กระนั้นแนวรับดันกลายเป็นจุดอ่อน เพราะเริ่มเห็นถึงการสกัดบอลที่ผิดพลาด จนสุดท้ายเป็นผลให้ทีมเสียประตูและเสียแต้ม แบบไม่ควรจะเสีย ขณะที่ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี แนวรับมีความผิดพลาดเล็กน้อยๆในช่วงต้น แล้วมันร้ายแรงถึงการเสียประตู ยังดีที่ครึ่งหลังปรับแก้แล้วดีขึ้น อย่างไรเสียมันก็ต้องกล่าวว่าเพราะจังหวะและความผิดพลาดของคู่แข่งที่หยิบยื่นให้ตั้งหาก ที่ช่วยส่งให้ได้ 2 ประตู แล้วตัวเองคว้าไว้ได้อยู่มือ ซึ่งการได้ 1 แต้ม ถึงว่าน่าพอใจ แต่ตอนนี้ตัวเองอยู่ใกล้โซนแดง ทำให้การผ่อนในช่วงท้ายเกมไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเท่าไร

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22 จะเปิดฉากฟาดแข้งในสัปดาห์หน้าแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าการเปิดฤดูกาลในทุกซีซั่น ทุกคนล้วนแต่จับจ้องไปที่ทีมเต็งก่อน ในขณะที่ทีมม้ามืดจะเป็นที่ฮือฮาก็ต่อเมื่อผลงานพุ่งแรงขึ้นมา โดยจากการสอดส่องและเฝ้าสังเกต ก็มี 4 ทีม ที่เข้าข่ายต่อการเป็นม้ามืดประจำซีซั่นนี้      

สมุทรปราการ ซิตี้

          เขี้ยวสมุทรต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปหลายคนในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอดห่วงไม่ได้ว่าจะไหวไหม แต่กระนั้นด้วยความเป็นญี่ปุ่นและสไตล์การทำทีมที่เน้นระบบ โดยไม่พึงซุปตาร์ จึงเชื่อว่า อิชิอิ จะทำทีมให้อยู่ในทรงเดิมและอยู่บริเวณกลางตาราง แต่หากเครื่องร้อนถึงขีดสุดเมื่อไร พวกเขาอาจเป็น 1 ในทีมที่มีลุ้นตั๋วถ้วยเอเชียก็ได้

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ชลบุรี เอฟซี

          ฉลามชลยืนกล้าขาแข็งกับการใช้ตัวเยาวชนของทีมเป็นกกลุ่มผู้เล่นตัวหลัก อีกทั้งการได้โค้ชเตี้ย เข้ามา ก็ช่วยให้ระบบและทีมเวิร์คทำได้อย่างลงตัว แต่กระนั้นเมื่อช่วงครึ่งฤดูกาลหลังที่ผ่านมา การเสริมตัวต่างชาติจัดว่าล้มเหลวสุดๆ ทำให้ผลงานดรอปตามลงไปด้วย อย่างไรเสียในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาได้ตัวต่างชาติจากโคราชถึง 2 ราย นั่นคือ คานยุบ กับ มูริลโล่ ซึ่งการเสริมน้อยแต่เปี่ยมคุณภาพแบบนี้ จึงเชื่อว่าฉลามชลตัวนี้มีสิทธิ์สูงอย่างยิ่งที่จะเป็นม้ามืดของศึกไทยลีก 1

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

          สภาพทีมที่อุดมไปดูตัวเยาวชน อีกทั้งในช่วงปิดฤดูกาลก็ไม่ได้เสริมตัวดังเข้ามา ทำให้สายตาที่เพ่งไปอาจจะน้อย แต่กระนั้นอยากให้ติดตามดูฝีมือของ มาริโอ้ ยูรอฟสกี้ ที่เป็นกุนซือใหญ่ ซึ่งเมื่อฤดูกาลก่อนแสดงให้เห็นแล้วว่าการใช้เด็กได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด หากเน้นการเล่นที่เป็นทีม อีกทั้งน่าติดตามว่าตัวต่างชาติที่มีจะช่วยยกระดับทีมได้ขนาดไหน แต่ที่แน่ๆเชื่อว่ากิเลนผยอง ปีนี้ มีลุ้นทำอันดับดีๆ ไม่ร่วงไปตารางอีกเป็นแน่

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

          แข้งเทพจัดเป็นราชาที่ไร้ซึ่งถ้วยรางวัลประดับบารมี เพราะในยุคของมาโน่ เคยมีแต่เกือบในฐานะรองแชมป์ ส่วนการเข้ามาของโค้ชแบน ก็ค่อยๆพา บียู ที่อยู่กลางตาราง ขึ้นมาจบอันดับที่ 5 แบบมีลุ้นตั๋วถ้วยเอเชีย ฉะนั้นในฤดูกาลใหม่นี้ โค้ชแบน ได้ทำทีมแบบเต็มสูบ แถมยังมีตัวมาเสริมอีก ทำให้สามารถมองได้ว่าแข้งเทพในปีนี้ มีสิทธิ์จะเป็นม้ามืดอีกราย ที่ก้าวขึ้นมาท้าทายทีมอื่นในกลุ่มหัวตาราง

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com

Categories
ข่าวกีฬา

ทำไม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จึงมาจบดีลกับ บียู

ข่าวคราวของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กลับมาเป็นที่สนใจตามหน้าสื่ออีกครั้ง หลังจากสัญญาใกล้จะหมดสิ้นปีนี้ แต่ทำไมยังไม่มีการต่อออกไป ก่อนที่ในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจะไปลงเอยกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายืมตัว 5 เดือน เสียอย่างนั้น ซึ่งที่มาและที่ไปทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้น วันนี้เราจะได้รู้กัน

          ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ย้ายมาอยู่กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 30 ล้านบาท จาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด โดยการอยู่ในถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม ได้รับค่าเหนื่อย 4 แสนบาท อีกทั้งในช่วงที่ทีมตกชั้นลงไปสู่ไทยลีก 2 สโมสรก็ได้ปล่อยยืมไปอยู่ญี่ปุ่น จากนั้นเมื่อกลับมาก็พาทีมคว้าแชมป์ได้ นั่นจึงทำให้เอเย่นต์เข้าไปต่อรองกับสโมสร ว่าต้องการให้นักเตะของตัวเองอัพค่าเหนื่อยเป็น 7-8 แสนบาทต่อเดือน

พร้อมกับค่าเซ็นปีละ 1 ล้านบาท ซึ่งในยามวิกฤตโควิด-19 เช่นนี้ ไม่มีสโมสรไหนจะอัพค่าเหนื่อยเป็น 2 เท่าได้ เพราะตลอดปีที่ผ่านมาไม่มีรายรับเลย ฉะนั้นอย่างดีที่สุด คือ เพิ่มได้ 10-20% จากเงินเดือนเดิม หรือเท่าเดิม ฉะนั้นการที่อยู่ๆเดินเข้ามาแล้วขออัพเป็น 2 เท่า แบบไร้การต่อบอล จึงทำให้ บอสปวิณ หัวเสีย พร้อมกับสั่งให้ขับออกจากทีมชุดใหญ่ทันที

ทำไม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จึงมาจบดีลกับ บียู
ทำไม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จึงมาจบดีลกับ บียู

การท่าเรือ เอฟซี เป็นอีกสโมสรที่น่าจะจ่ายค่าตัวไหว นั่นจึงทำให้เอเย่นต์เข้าไปเสนอด้วยเรตที่เท่ากัน แต่ก็ได้รับการปฏิเสธ เพราะค่าเหนื่อยที่มากขนาดนี้ คนจ่ายต้องคิดหนักแน่ เพราะนักเตะที่มีอยู่เดิมก็มากอยู่ นั่นจึงทำให้การหาสโมสรใหม่ล่มลง หรือการจะลดค่าตัวแล้วเดินกลับเข้าไปเจรจาใหม่ มันก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

นั่นจึงทำให้ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่สนใจในตัว ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ เหมือนกัน ได้มีการเจรจาต่อรองกับเอเยนต์ แล้วรีบตกลงรับเงื่อนไข แม้จะให้ค่าเหนื่อยเพียง 4 แสนบาท เพราะถ้าหากปล่อยให้ดีลล่มไปอีก สโมสรที่จะมาจ่ายค่าเหนื่อยให้ อาจเหลือเพียง 2-3 แสนบาทต่อเดือนเท่านั้น

ทำไม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จึงมาจบดีลกับ บียู
ทำไม ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จึงมาจบดีลกับ บียู

จากเคสการย้ายทีมของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ในครั้งนี้ นับเป็นบทเรียนสำคัญของนักเตะไทยทุกคนที่ควรหันกลับมามองว่าฝีเท้าของตัวเองควรอยู่ในเรตไหน อีกทั้งในยามวิกฤตโควิด-19 ก็ควรเห็นใจสโมสร เพราะตลอดปีที่ผ่านมาไม่มีรายได้เข้ามาเลย

ทำให้การดีลที่ดีและให้เกียรติ คือ ต่อรองว่าของเพิ่ม 10-20%, ขอเท่าเดิม หรือลดเท่าไรก็ว่าไป เพราะถ้าหากยืนข้อเสนอแบบเคสนี้ นอกจากนักเตะจะเสียโอกาส ก็ยังเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของสโมสรอีกด้วย 

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com