Categories
ข่าวกีฬา

“ดาวทองหวิดคาบ้าน”

ปาร์ค ฮัง ซอ ช่วย เวียดนาม เจ๊า ไทย 2-2

ศึกฟุตบอล AFF Mitsubishi Electric Cup 2022 รอบชิงชะเลิศ นัดแรก ณ สนามมีดิ่งห์ สเตเดี้ยม ทีมชาติเวียดนาม ในฐานะแชมป์เก่า 2 สมัย จะต้องโคจรมาพบกับคู่แค้นตัวฉกาจอย่าง ทีมชาติไทย ที่เป็นแชมป์มาแล้ว 6 สมัย โดยไฮไลท์สำคัญของวันนี้ คือ การคุมทีมในบ้านนัดสุดท้ายของ ปาร์คฮังซอ ในฐานะเฮดโค้ช ขณะที่ผังการเล่นถือว่าผิดคาด เพราะทัพช้างศึกเลือกเล่นระบบ 3-5-2 เหมือนเจ้าบ้าน   

      ทีมชาติเวียดนาม เริ่มต้นด้วยความคึกคักผ่านการเพรสซิ่งสูงถึงหน้าไลน์แนวรับทีมเยือน อีกทั้งเมื่อได้บอลก็จะจัดการเปิดจากด้านข้าง หรือแทงบอลให้ 2 กองหน้าในเขตโทษ แต่เมื่อเวลาผ่านไปราว 10 นาที ทีมชาติไทย เริ่มครองบอลได้เหนียวแน่น

อีกทั้งสามารถแกะการเพรสซิ่งและเปลี่ยนเป็นเกมรุกได้รวดเร็ว อย่างไรก็ดี ทัพดาวทองมาได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 24 จากการเติมขึ้นมาเปิดที่ด้านขวาของ ก๊อก ไห่ ให้ เตี๋ยน ลิญ ได้พุ่งโหม่งแบบเต็มศีรษะ ซึ่งในจังหวะนี้ ศศลักษณ์ ยืนห่าง และ กฤษดา ถูกวิ่งแซงจากด้านหลังแล้วตามไม่ทัน 

       เวียดนาม ไม่ตั้งรับและต่อบอลเพื่อโจมตีจากด้านข้างแบบต่อเนื่อง กลับกัน ไทยมีอาการตื้อให้เห็นราว 10 นาที ก่อนที่ทัพช้างศึกจะค่อยๆฟื้น แต่โอกาสจบสกอร์ไม่เยอะ แม้จะพาบอลมาถึงแดนสุดท้ายได้อยู่เรื่อยๆ โดยจังหวะที่ใกล้เคียงที่สุด คือ การยิงฟรีคลิกหน้ากรอบของ ธีราทร แล้วบอลพุ่งชนเสาอย่างจัง

ครึ่งหลังเริ่มมาได้เพียง 3 นาที ทีมชาติไทย ได้ประตูตีเสมอ 1-1 จากการวางบอลข้ามไลน์กองหลังของ ธีราทร ให้ ปรเมศ ได้ลากเข้าไปแล้วล็อคหลบ ก่อนยิงเข้าเสาแรกแบบใจเย็น จากนั้นยังคงเป็นไทย ที่พยายามเจาะเข้าไป แต่มักถึงแค่แดน 3 เท่านั้น กระทั่งนาทีที่ 63 การเสียบอลกลางทางของเจ้าบ้าน ทำให้ ธีราทร

เลือกจะแทงเร็วให้ สารัช ที่วิ่งสวนไลน์ล้ำหน้าขึ้นมาพอดี ได้หลุดเข้าไปยิงให้ทัพช้างศึกขึ้นนำ 1-2 ทำให้ ทีมชาติเวียดนาม ที่ครึ่งหลังดูตื้ออยู่แล้ว ยิ่งตื้อกว่าเดิม อย่างไรก็ดีช่วงท้ายเกม ทัพดาวทองมาได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากลูกยิงแบบจับยัดของ วาน ธัน ช่วยให้รอดพ้นจากความพ่ายแพ้

      บทสรุปจากเกม ทีมชาติไทย เล่นได้ดีเป็นช่วงๆในครึ่งแรก แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลัง การจ่ายบอลของ ธีราทร ถือเป็นตัวแปรสำคัญให้ทีมได้ 2 ประตู กระนั้นการป้องกันลูกกลางอากาศจากทางด้านข้าง ยังมีปัญหาและโดนเล่นงานตลอด ซึ่งหากคู่แข่งโหม่งได้คมกว่านี้ อาจเสียประตูมากกว่า 2 ประตู รวมถึงความผิดพลาดส่วนบุคคล ที่หากเฉียบคมกว่านี้

ทัพช้างศึกสามารถชนะที่สกอร์ 4-2 ได้ ส่วนทางฝั่งทีมชาติเวียดนาม ไม่ได้มีช่วงเวลาที่เล่นได้ดีกว่าแบบชัดเจน แต่มีความเฉียบคมเลยได้ประตูนำก่อน จนเข้าสู่ครึ่งหลัง ความผิดพลาด ปาร์คฮังซอ ที่จัดการวางแนวรับมีผลให้เสียประตู แล้วรูปเกมตื้อตันไป กระนั้นยังดีที่คู่แข่งยิงทิ้งห่างไม่ได้ แล้วกองหน้าสำรองลงมายิงช่วยชีวิตไว้ได้พอดี

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“ช้างศึกไปตามนัด”

ข่มมิดเหมือนเคย ก่อนไล่ถล่ม มาเลเซีย ขาด 3-0

ศึกฟุตบอล AFF Mitsubishi Electric cup 2022 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ณ สนามธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ช้างศึก ที่บุกไปพ่ายมาในเกมแรก ทำให้เกมนี้ต้องชนะด้วยผลต่าง 2 ประตูเป็นอย่างน้อย จะต้องพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ที่ชนะมาในเกมแรกและมีทางเลือกต่อการเข้ารอบ ซึ่งอย่างแย่สุดสามารถแพ้ได้ 1 ประตู ก็ยังเข้ารอบ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ระบบ 4-3-3 ส่วนทีมเยือนยึดแผน 4-2-3-1

      ทีมชาติมาเลเซียพยายามจะบีบเร็วตั้งแต่แดน 2 และเปิดพื้นที่ด้านข้างไว้ จนเวลาผ่านไป 10 นาที การบีบเร็วเริ่มไม่มีผลและมีช่องว่าง ทำให้ทีมชาติไทย สามารถพาบอลไปถึงแดนสุดท้ายได้เร็วและอาศัยการเจาะจากริมเส้น

กระทั่งนาทีที่ 18 ธีราทร เปิดบอลให้ ธีรศิลป์ โหม่ง ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับทีมเยือนเปิดพื้นที่ด้านข้างและ โดมินิก ตัน ไม่ตามประกบให้สุดทาง จากนั้น ทัพช้างศึก ไม่สามารถบุกได้อย่างดุดันเหมือนก่อนได้ประตูนำ แต่ในขณะเดียวกัน ทัพเสือเหลืองไม่สามารถต่อบอลให้นิ่งได้ ดังจะเห็นเมื่อต่อบอลได้ไม่กี่จังหวะก็จะเสีย หรือเมื่อครองบอลแล้วใกล้เสียก็จะสาดทิ้งไปเลย

ครึ่งหลัง ทีมชาติมาเลเซีย พยายามจะเพรสเร็วเพื่อให้ได้บอล แต่เมื่อได้บอลมาเหมือนไม่รู้จะเข้าทำยัง ทำให้โอกาสจบสกอร์แทบไม่มี อีกทั้งโอกาสที่ดูจะเสียวหน่อยก็มักมาจากการฉกฉวยโอกาสที่เจ้าบ้านผิดพลาด แล้วด้วยการครองบอลที่ไม่แน่นอนนี้ มันจึงเป็นผลให้ ทีมชาติไทย ไม่กดดันและได้ประตู 2-0 และ 3-0 กระทั่งท้ายเกมมีการผ่อนและเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อประคองให้จบเกม  

      บทสรุปจากเกม ช้างศึก ได้ประตูแรกในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทำให้สถานการณ์ผ่อนคลายไปได้มาก แต่หลังจากได้ประตูกลับเล่นไม่ดุดันเสียอย่างนั้น จนในครึ่งหลังกลับมาบุกใหม่แล้วได้ประตูเพิ่ม อีกทั้งจังหวะที่เป็นใจยังมาช่วยให้สกอร์ขาด กระนั้นยังมีบางจังหวะที่จ่ายพลาดในแดนตัวเอง ซึ่งต้องปรับปรุงและไม่ควรจะเกิดขึ้น ขณะที่ทีมชาติมาเลเซีย พยายามจะบีบ พยายามเข้าหาบอลเร็ว

แต่ไม่สามารถทำให้ดีอย่างต่อเนื่องได้ สุดท้ายกลายเป็นเปิดพื้นที่จนถูกโจมตีเสียประตู ส่วนเกมรุกเก็บบอลได้ไม่นานและมักมีอาการไม่นิ่ง อีกทั้งการวางบอลจากกลางสนามที่เคยทำได้ก็หายไป ซ้ำร้ายโอกาสที่ดูหวาดเสียวดันมาจากการฉวยโอกาสที่เจ้าถิ่นผิดพลาด สุดท้ายเมื่อเสียประตูมากกว่าและยิงคืนไม่ได้ จึงต้องเป็นฝ่ายตกรอบไป

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“บุกตลอด แค่ยิงไม่เข้า”

บุกข่ม แต่พ่ายมาเลเซีย ที่คมกว่า 1-0

ศึกฟุตบอล AFF mitsubishi electric cup 2022 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คู่ที่สอง ณ สนามบูกิตจาริล ทีมชาติมาเลเซีย ที่เข้ารอบมาด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม B จะต้องพบกับ ทีมไทย ที่เข้ารอบมาด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม A สำหรับสถิติที่น่าสนใจก่อนเกม คือ ทัพช้างศึกไม่เคยบุกมาชนะทัพเสือเหลืองมาเป็นเวลากว่า 44 ปีแล้ว ส่วนผังการเล่นในวันนี้ ทั้ง 2 ทีมต่างมาในระบบเดียวกัน คือ 4-2-3-1

ในช่วงต้นเกม ทีมชาติไทยบุกใส่ด้วยการเปิดบอลจากด้านข้าง ขาดเพียงการจบสกอร์ในกรอบเขตโทษเท่านั้น กลับกัน ทีมชาติมาเลเซียที่แทบจะไม่บุก พวกเขามาได้ประตูนำ 1-0 จากการเปิดบอลตรงกลางสนามไปยังตัวที่ยืนอยู่ทางซ้ายของกรอบเขตโทษ

แล้วจัดการโหม่งต่อให้ ฮาคิม ที่วิ่งมาเดี่ยวๆได้ซัดแบบไม่เต็ม แต่ได้น้ำหนักและทิศทาง ซึ่งในจังหวะนี้แนวรับทีมเยือนยืนป้องกันกันผิดพลาด รวมถึงผู้รักษาประตูที่ออกมาพลาดเช่นกัน

นับตั้งแต่เสียประตูในนาทีที่ 11 ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายครองเกมไว้ข้างเดียว โดยการบิ้วเกมจากกลางสนามขึ้นมาถึงแดน 3 ได้เร็ว จากนั้นมีการเปิดบอลทางด้านข้าง การแทงบอลจากตรงกลาง และการวางบอลข้ามเข้าไป แต่จังหวะทั้งหมดเหล่านี้ไม่สามารถสร้างความอันตรายได้ เพราะการจบสกอร์มักออกนอกกรอบไปไกล ทั้งๆที่แนวรับเจ้าถิ่นไม่ได้ปิดพื้นที่มิดชิดแต่อย่างใด

ครึ่งหลัง ทีมชาติไทยยังเล่นในลักษณะเดิม คือ การบิ้วเกมจากแดนตัวเองขึ้นไปยังแดน 3 ซึ่งใช้เวลาไม่นานเพราะนักเตะเจ้าถิ่นไม่ได้ไล่บีบ กระนั้นทัพช้างศึกก็ยังติดปัญหาเดิมๆ คือ การเข้าทำและจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคม อีกทั้งยิ่งเล่นก็ยิ่งดูเหมือนว่าตัวรุกในกรอบเขตโทษจะน้อยเกินไป ซึ่งกว่าจะมีการแก้เกม เวลาก็เข้าสู่ช่วงท้ายเกมแล้ว

ส่วนทางฝั่งทีมชาติมาเลเซีย การเล่นเกมรับไม่แน่นหนา เกมโต้กลับเก็บบอลแทบไม่ได้ แต่มีข้อดีที่เมื่อมีโอกาสจบสกอร์มักใช้โอกาสไม่เปลื้อง อาทิ จังหวะที่โหม่งบอลเข้าประตูไป แต่ถูกกรรมการริบคืน ทั้งๆที่เมื่อดูภาพช้าแล้วพวกเขาสมควรได้ประตู

      บทสรุปจากเกม การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินมีความผิดพลาดและส่งผลเสียต่อทั้ง 2 ฝ่าย คือ ไม่ให้จุดโทษกับไทย และไม่ให้ประตูที่ 2 กับมาเลเซีย ส่วนภาพรวมของ ทีมไทย มี 2 จุดใหญ่ที่ต้องวิจารณ์ คือ การจบสกอร์ในแดนสุดท้ายที่ไม่เฉียบคมและมีตัวยืนในกรอบเขตโทษน้อยเกินไป กับแนวรับที่หละหลวม

รวมถึงผู้รักษาประตูที่การตัดสินใจออกมาตัดบอลผิดพลาดเกือบทุกจังหวะ ขณะที่ทีมชาติมาเลเซีย เกมรับไม่แน่นหนาและพร้อมโดนโจมตีตลอดเวลา แต่ที่รอดพ้นการเสียประตูก็เพราะคู่แข่งไม่คม ไม่ต่างจากเกมโต้กลับที่เก็บบอลได้น้อย แต่สิ่งที่ต่างออกไปและมีผลให้กลายเป็นผู้ชนะ คือ ฮารีเมามลายาเฉียบคมกว่า

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

รีวิว รอบรองชนะเลิศนัก

AFF mitsubishi electric cup 2022 มาเลเซีย พบ ไทย

ศึกฟุตบอล AFF mitsubishi electric cup 2022 รอบรองชนะเลิศนัดแรก คู่ที่ 2 ณ สนามบูกิตจาริล จะลงเตะกันในวันเสาร์ที่ 7 มกราคม เวลา 19.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย) โดย ทีมชาติมาเลเซีย ที่เข้ารอบมาในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม B จะต้องพบกับคู่หูคนคุ้นเคยอย่าง ทีมชาติไทย

ที่เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่ม A ซึ่งผลงานในรอบแรกจะเป็นอย่างไร ความพร้อมของคู่จะมีมากน้อยขนาดไหน และใครมีโอกาสเป็นผู้ชนะ นับจากนี้เราจะไปรีวิวกัน

ทีมชาติมาเลเซีย

      ก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น นักเตะ 11 ราย จากยะโฮร์ ดารูทักซิม ถอนตัวทั้งหมด นั่นจึงทำให้ คิม ปัง กอน ต้องไปเลือกนักเตะในลำดับรองลงมา ฉะนั้นทีมชุดนี้จึงเสมือนทีมชุด B กลายๆ แล้วเมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น ฮารีเมามลายาต้องบุกไปเยือน พม่า แล้วเฉือนชนะ 0-1 แบบมีเสียว จากนั้นกลับมาเล่นในบ้านกับ ลาว พร้อมกับถล่มไป 5-0 ส่วนเกมที่ 3 ที่บุกเยือนเวียดนาม

เชื่อว่าพวกเขาจะจดจำไปอีกนาน เพราะได้เปรียบตัวผู้เล่น แต่ไม่สามารถตีเสมอได้ มิหนำซ้ำยังเสียตัวผู้เล่นและจุดโทษ กระทั่งพ่ายไป 3-0 นั่นจึงทำให้เกมในบ้านนัดสุดท้ายกับสิงคโปร์ ต้องชนะสถานเดียว แล้วสุดท้ายพวกเขาถล่มไปราบคาบ 4-1  

ทีมชาติไทย

      มาโน่ สามารถใช้ตัวผู้เล่นที่อยู่ในไทยลีกเกือบครบ จะขาดเพียงบางรายที่สโมสรส่งไปฝึกซ้อมต่างประเทศ รวมถึงตัวที่เล่นอยู่ลีกต่างประเทศที่ไม่ได้เรียกมา อย่างไรเสียนั่นไม่ใช่ปัญหา

เพราะนัดแรกบุกตบบรูไน 0-5 นัดที่ 2 เปิดบ้านถล่มฟิลิปปินส์ 4-0 แต่ในนัดที่ 3 เกือบไม่รอดและต้องตามตีเสมออินโดนีเซีย 1-1 ขณะที่นัดสุดท้ายปิด   จ็อบด้วยชัยชนะเหนือกัมพูชา 3-1  

สถิติและรีวิวก่อนเกม

      ทีมชาติไทย ไม่สามารถเอาชนะ ทีมชาติมาเลเซีย ใน 6 เกมหลังสุด โดยชัยชนะครั้งล่าสุดเหนือขุนพลฮารีเมามลายา ต้องย้อนไปในศึก AFF ปี 2014 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเอาชนะที่ราชมังคลากีฬาสถานด้วยสกอร์ 2-0 ส่วนการบุกไปเยือนที่บ้านของมาเลเซีย ทัพช้างศึกไม่สามารถเอาชนะได้เลยในระยะเวลา 44 ปีที่ผ่านมา ฉะนั้นนี้จึงเปรียบเป็นของแสลงของแชมป์เก่า 6 สมัยอย่างแท้จริง

      เกมที่จะเกิดขึ้นที่บูกิตจาริล ทีมชาติมาเลเซีย จะจัดเต็มแบบใส่ไข่พิเศษอย่างแน่นอน แม้ตัวผู้เล่นจะไม่ฟูลทีมอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนทีมชาติไทยที่มีอาการล้าสะสม อาจจะต้องดูหน้างานอีกทีว่าสภาพร่างกายพร้อมขนาดไหน โดยหากมีอาการล้าแล้วเจ้าถิ่นเล่นแบบลืมตาย ก็เชื่อว่าขุนพลฮารีเมามลายาจะไม่แพ้ เหลือแค่จะเสมอ หรือคว้าชัยเท่านั้น

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“สกอร์ขาด แต่ใช้โอกาสเปลื้อง”

ไทย นำเร็ว ก่อนไล่ถล่ม ฟิลิปปินส์ ขาด 4-0

ศึกฟุตบอล AFF mitsubishi electric cup 2022 ทีมชาติไทย ที่ชนะมาในนัดแรก จะเปิดบ้านพบ ทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่แข่งไปแล้ว 2 นัด และแบ่งเป็นชนะ 1 แพ้ 1 ฉะนั้นการบุกมาเยือนในครั้งนี้ การมองถึง 1 แต้ม จึงเป็นสิ่งจำเป็น ส่วนผังการเล่นของทั้ง 2 ในวันนี้ ต่างมาในระบบเดียวกัน คือ 4-4-2

      เกมการแข่งขันเริ่มไปได้เพียง 2 นาที ทีมชาติไทย ได้ประตูนำ 1-0 อย่างรวดเร็วจากฟรีคลิกที่ ธีราทร เปิดให้ ธีรศิลป์ ได้โหม่งแบบไร้การรบกวนจากแนวรับของคู่แข่ง ซึ่งจากประตูนี้ทำให้ ไทย เล่นสบายและกล้าเพรส     ซิ่งสูงใส่ทีมชาติฟิลิปปินส์ กระทั่งไม่สามารถต่อบอลได้และต้องอาศัยการวางยาวแบบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน หรือแม้แต่ความพยายามจะผ่านบอลให้เร็ว ก็ติดปัญหาในเรื่องความไม่แม่นยำของการส่งบอล

      ทีมชาติไทยครองเกมไว้ได้แบบเบ็ดเสร็จ และโดยเฉพาะการเจาะทางฝั่งซ้ายที่สามารถลากหรือเปิดบอลให้ตัวในกรอบเขตโทษได้ตลอด กระนั้นก็เริ่มเห็นถึงปัญหาในเรื่องการใช้โอกาสที่สิ้นเปลื้อง จนเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่ง ทัพช้างศึกมาได้ประตู 2-0 จากจุดโทษของ ธีรศิลป์ คนเดิม

ครึ่งหลังยังเป็นทีมชาติไทย ที่ได้บุกอย่างต่อเนื่อง แล้วมาได้ประตูทิ้งห่าง 3-0 จากการจับและจ่ายเร็วของ ธีรศิลป์ ให้ อดิศักดิ์ แปรนิ่มๆ และประตู 4-0 จากจุดเริ่มต้นที่ บดินทร์ ลากบอลและยิงติดผู้รักษาประตู ก่อนที่บอลจะกระเด้งและย้อนไปเข้าทาง ศุภนันนท์ ที่วิ่งมาจิ้มบอลเข้าประตูไป

ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย ไทย เริ่มเปลี่ยนตัวหลักออกไปพัก พร้อมกับผ่อนเกมบุกลง นั่นจึงทำให้ ฟิลิปปินส์ เริ่มมีโอกาสได้ลากบอลและจบสกอร์บ้าง แต่ความเฉียบคมจากทั้ง 2 ทีมนั้นไม่มี ทำให้สกอร์คงค้างที่ 4-0  

      บทสรุปจากเกม ทีมชาติไทย ได้ประตูนำเร็ว ทำให้คลายความกดดันและเล่นในเกมของตัวเองได้ กระนั้นในเรื่องของการจบสกอร์ ก็ยังคงเป็นปัญหาที่เห็นได้ชัดเจน เพราะจากโอกาสยิงจ่อๆที่มีอยู่มากมาย มันควรจะเปลี่ยนเป็นประตูอย่างน้อยๆ 6-7 ประตู เสียด้วยซ้ำ

ขณะที่ทีมชาติฟิลิปปินส์ เกมรับมีปัญหาและเปิดช่องว่างให้คู่แข่งเจาะอยู่ตลอด นั่นจึงทำให้พวกเขาต้องเสียประตูเยอะ และมันก็ไม่แปลกนักที่จะเสียประตูทุกเกมที่ลงเล่น ส่วนการขึ้นเกมและความพยายามจะทำเกมรุก ศักยภาพยังด้อยกว่าคู่แข่ง สุดท้ายจึงอาจกล่าวได้ว่าขุนพลตากาล็อก มีสภาพที่อ่อนแอลงจากเมื่อครั้งก่อนที่พบกัน

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

ไทยลีกต้อเหลือกี่ทีม

ทีมชาติถึงจะมีเวลาฝึกซ้อม ?

ฟุตบอล ไทยลีก มีการปรับเพิ่มและลดทีมเข้าแข่งขันในลีกสูงสุดอยู่หลายหน ซึ่งในยุคที่วรวีร์ เป็นนายกสมาคม ได้มีการเพิ่มทีมจาก 16 เป็น 18 ทีม แต่พอเปลี่ยนยุคเป็นนายกสมยศ ก็ได้เปลี่ยนกลับไปเป็น 16 ทีมเหมือนเดิม ซึ่งสุดท้ายแล้วผลลัพธ์ก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น แถมจะมีปัญหามากกว่าเดิมเสียอีก

ทีมชาติผลงานไม่ดี เพราะไม่ได้ฝึกซ้อม โปรแกรมบอลลีกเยอะเกินไป

      ในช่วงที่สมาคมฟุตบอล ไทยลีค มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นนายกสมยศ ผลงานทีมชาติไทย ไม่ได้ย่ำแย่ แต่แนวคิดของผู้บริหารมองว่าการที่ลีกสูงสุดอย่างไทยลีก มีทีมเข้าร่วม 18 ทีม มันจึงมีเกมแข่งขัน 34 นัด ไหนจะฟุตบอลถ้วยอีก 2 รายการ นั่นจึงทำให้โปรแกรมมันอัดแน่นจนเกินไป กลับกันถ้าลดเหลือ 16 ทีม โปรแกรมเตะจะหายไป 4 นัด เหลือ 30 นัด เท่านั้น อีกทั้งยังให้เหตุผลว่าจะช่วยให้การแข่งเข้มข้นและมีคุณภาพ และทีมชาติไทยมีเวลาสำหรับการฝึกซ้อม  

เหลือ 16 ทีม จัดการดีชั่วครู่ ก่อนจะกลายเป็นดีแตก ?

      การปรับจำนวนทีมให้เหลือ 16 ทีม ดูเหมือนจะไปได้สวย เพราะการแข่งขันในลีกเข้มข้น ส่วนทีมชาติไทย ก็มีเวลาเก็บตัวฝึกซ้อมตามรอบปฏิทินฟีฟ่าเดย์ แต่เมื่อโควิด-19 เข้ามา การทำงานของสมาคมฟุตบอลดูจะเหี่ยวเฉาตามไปด้วย เพราะระบบการจัดการดูจะย่ำแย่ จนทำให้ผลงานของทีมชาติไทย ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง แถมไม่ใช่แค่ชุดใหญ่เท่านั้น เพราะมันลามตั้งแต่ชุดใหญ่ไปยันชุดเล็ก ที่มักเจอกัน 1-2 วัน หรือเจอกันที่สนามบินแล้วไปแข่งขันเลย มิหนำซ้ำมันยังเกิดกรณีที่มีการหยุดลีกกะทันหันเพื่อไปล่าเหรียญทองซีเกมส์ แล้วดันล้มเหลวได้แค่เหรียญเงินกลับมา

ปัญหาอยู่ที่คนบริหาร ไม่ใช่จำนวนทีมในลีก ?

     สุดท้ายแล้วปัญหาที่เกิดขึ้น มันก็ชัดเจนว่าจะมีทีมในลีก 16 หรือ 18 ทีม แต่สุดท้ายทุกอย่างจะลงตัวหรือไม่ มันก็อยู่ที่คนบริหาร เพราะฟีฟ่าเองก็ได้ช่วยตีกรอบและจัดสรรคความลงตัวของฟุตบอลลีกกับทีมชาติไว้ให้แล้ว ทำให้หน้าที่ที่สมาคมฟุตบอลต้องทำต่อ  คือ วางแผนและปฏิทินล่วงหน้า ว่าในรอบฤดูกาลนี้จะมีแข่งขันอะไรในช่วงไหน ไม่ใช่มารีบเร่งเอาเมื่อใกล้ทัวร์นาเมนต์การแข่งขัน หรือแก้ไขปัญหาด้วยการจะลดทีมลงไปอีก แล้วในขณะเดียวกัน การจะรวมตัวเพื่อฝึกซ้อมนานแรมเดือนแบบในยุคโค้ชซิโก้ คงจะไม่สามารถทำได้อีก มิเช่นนั้นระบบของฟุตบอลอาชีพจะเละและไม่เป็นไปตามกรอบที่ฟีฟ่าวางไว้

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“ฮารีเมามาลายาลิ่วชิง”

มาเลเซีย โดนตีเสมอท้ายเกม แต่แม่นโทษดับ

ศึกฟุตบอลคิงคัพ คู่ที่ 2 ณ สนามสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ทีมชาติไทย ในฐานะเจ้าบ้านที่ครองแชมป์รายการนี้สูงที่สุด พร้อมกับจัดตัวผู้เล่นแบบฟูลทีม  จะต้องพบกับทีมชาติมาเลเซีย ที่ปรับโฉมมาใช้บริการโค้ชชาวเกาหลีใต้และตัวผู้เล่นที่เป็นตัวลูกครึ่งและโอนสัญชาติกว่าครึ่งทีม อีกทั้งยังเน้นให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ๆอีกด้วย

ทีมชาติไทย พยายามจะตั้งเกมของตัวเองให้ได้ แต่การจัดตัวผู้เล่นกับตำแหน่ง อาการบาดเจ็บของ ชนาธิป รวมถึงความเนือยของผู้เล่นกว่าครึ่งทีม มันสวนทางกับทีมชาติมาเลเซีย ที่วิ่งไล่เพรสซิ่งแดนบน จนเจ้าบ้านขึ้นบอลและออกบอลให้พ้นจากแดนตัวเองไม่ได้ กระนั้นทีมเยือนไม่สามารถดักและจู่โจมได้ถนัดนัก กระทั่งนาทีที่ 32 ฮารีเมามาลายาขึ้นนำ 0-1 จากการตัดบอลและเลือกยิงมุมแคบด้วยความแม่นนยำ นั่นจึงทำให้ทัพช้างศึกพยายาม เร่งสปีดบอลจนสามารถพาบอลเข้าสู่แดนอันตรายได้ แต่เมื่อถึงจังหวะเข้าทำดันจ่ายบอลไม่ได้เปรียบ ทำให้โอกาสที่ควรได้มันหลุดลอยไป

ครึ่งหลัง ทีมชาติไทย พยายามแก้เกมด้วยการวางบอลจากแดนตัวเองไปยังริมเส้นแดน 3-4 ของคู่แข่ง ซึ่งการส่ง ศุภณัฎฐ์ ลงมาช่วยให้เกมรุกดูมีมิติขึ้น จนในช่วง 30 นาทีสุดท้าย ไทย สามารถอัพสปีดบอลแดนกลางและจ่ายแทงให้กับแนวรุกแบบได้หลุดเดี่ยวหลายหน แต่ความเฉียบคมไม่มี จากนั้นรูปเกมค่อยๆขึงใส่ได้แบบเบ็ดเสร็จ

อย่างไรเสียการเปิดบอลจากด้านข้างดูเหมือนไม่ค่อยได้เปรียบ ซึ่งกว่าจะมาได้ประตูตีเสมอก็นาทีสุดท้ายของการทดเวลา ส่วนทางฝั่งทีมชาติมาเลเซีย พละกำลังเริ่มทดถอยจนเกมรับมีหลุดรั่ว กระทั่งต้องเปลี่ยนตัวเพื่อเติมความสดและแพ็คเกมรับให้แน่น พร้อมกับวางเกมสวนกลับไว้ แต่สุดท้ายเกมรับดันประกบตัวผิดพลาดจนถูกตีเสมอ ขณะที่ช่วงการดวลจุดโทษ เสือเหลืองมีความนิ่งและเฉียบคมกว่า ทำให้เป็นฝ่ายชนะไป  

    บทสรุปจากเกม ทีมชาติไทย ในครึ่งแรกเล่นได้น่าผิดหวัง เพราะสปีดบอลช้า ผู้เล่นมีอาการเฉื่อยชา แล้วถูกเพรสซิ่งจนต่อเกมไม่ติดและเสียประตู กลับกันในครึ่งหลังรูปเกมดีขึ้น แต่ความเฉียบคมที่มีไม่มากพอทำให้ต้องลุ้นเหนื่อยท้ายเกม ซึ่งยังโชคดีที่ยิงตีเสมอเพื่อยื้อยิงจุดโทษได้ กระนั้นดันมาตายเพราะความไม่นิ่งและเฉียบคม

ส่วนทางฝั่งทีมชาติมาเลเซีย ทักษะเป็นรอง แต่ที่เหนือกว่าคือการวิ่งเพรสซิ่ง กล้าเข้าบอล มีวินัยในการเล่น และมีความมั่นใจ จนสามารถนำไปก่อน แม้ว่าในช่วงครึ่งหลังจะหวิดโดนเพราะกำลังเริ่มทดถอย แต่สุดท้ายคุณสมบัติที่เหนือกว่า ก็ได้กลายเป็นปัจจัยให้พวกเขาชนะและผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปผลงาน กองหลัง

ทีมชาติไทย ในศึก AFF SUZUKI CUP 2020

ศึกฟุตบอล AFF SUZUki CUP 2020 ที่พึ่งปิดฉากลงไป ในแผงกองหลังของทีมชาติไทย จัดได้ว่าเป็นตำแหน่งที่แฟนบอล กังวลมากที่สุดเพราะจากรายชื่อที่ปรากฏ ล้วนแต่อยู่ในฟอร์มที่ไม่น่าประทับใจ อีกผู้เล่นที่เป็นดั่งความหวังดันถอดตัว ทำให้ความกังวลยิ่งมากขึ้นเป็นทวีคูณ อย่างไรเสียพอการแข่งขันได้เริ่มต้นและดำเนินไปเรื่อยๆ ความกังวลก็ได้มลายหายไป กระทั่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่พาทีมไปสู่แชมป์

กกฤษดา กาแมน

เจ้าและห์เล่นตำแหน่งกองกลาง กับ ชลบุรี เอฟซี แต่พอการแข่งขันนัดแรก กับ ติมอร์ มาโน่ ได้จับให้เจ้าตัวเล่นกองหลัง ซึ่งการลงเล่นที่นิ่งและไม่มีอาการตื่น มันก็มีผลให้ดาวเตะผู้นี้ยึดตำแหน่งแผงหลังแบบถาวรพร้อม กับแจ้งเกิดในทีมชาติชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ

มานูเอล ทอมเบียรห์

 การลงเล่นกับต้นสังกัดอย่าง ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด มักมีภาพของความผิดพลาดให้เห็นแบบเนืองๆ กระนั้นหากเทียบกับกองหลังคนไทยรายอื่น มันก็ต้องยอมรับว่าเจ้าตัว คือ แนวรับที่ดีที่สุดของไทย เท่าที่จะมีแล้ว ซึ่งการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ก็มีความผิดพลาดแบบเต็มตาในเกม กับ ฟิลิปินส์ แต่พอเข้าสู่รอบสำคัญ ความผิดพลาดก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นความนิ่ง

เอเลียต ดอเลาะห์

      ทันทีที่แฟนบอลเห็นรายชื่อใน 30 คนสุดท้าย เชื่อว่ากว่า 90 % ย่อมรู้สึกเสียวและหวาดหวั่นกับวีรกรรมในอดีต โดยเฉพาะในเกมที่ พบ มาเลเซีย ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ซึ่งความผิดพลาดแบบนับครั้งไม่ถ้วนในวันนั้น มันยากยิ่งที่จะลืมเลือนจริงๆ อีกทั้งผลงานกับสโมสรก็ไม่ได้โดดเด่น กระนั้นการได้รับโอกาสในเกม กับ สิงคโปร์ ดาวเตะลูกครึ่งไทย-สวีเดน ก็ได้ตอบแทนทีมด้วยการโชว์ฟอร์มขั้นเทพ แถมด้วยการยิงประตูให้ทีม ทำให้เมื่อเข้ารอบลึกๆ เจ้าตัวจึงได้รับโอกาสให้ลงสนามอยู่เนืองๆ

ปวีร์ ฑัณฑะเตมีย์

      การถอนตัวของ พรรษา เหมวิบูลย์ มีผลให้ มาโน่ ต้องเรียกปราการหลังจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มาเสริมทีม แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่มีข้อผิดพลาดให้เห็นอยู่บ่อยๆ มันก็ไม่แปลกนักที่แฟนบอลจะมองเจ้าตัว คืออะไหล่สำรอง กระทั่งการแข่งขันเริ่ม ขึ้นสิ่งที่คาดก็เป็นไปตามที่คิด แต่จุดเปลี่ยนมันมาอยู่ตรงที่เกมนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม กับ สิงคโปร์ ที่ทีมชาติไทยเข้ารอบไปแล้ว

ฉะนั้น มาโน่ จึงให้โอกาสตัวสำรองแล้ว ปวีร์ ก็สามารถโชว์ฟอร์มจนคว้าแมนออฟเดอะแมตช์ ส่วนโอกาสครั้งที่ 2 เจ้าตัวได้ลงเล่นในเกม กับ อินโดนีเซีย นัดที่ 2 แต่คราวนี้ดันโชว์ฟอร์มได้ต่ำกว่า กระทั่งถูกถอดออกเมื่อจบครึ่งแรก

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปผลงานกองกลาง

ทีมชาติไทย ในศึก AFF SUZUKI CUP 2020

บทสรุปของเหล่ากองกลางทีมชาติไทย ในศึก AFF SUZUKI CUP 2020 เดินทางมาถึงส่วนสุดท้าย ซึ่งจากรายชื่อต่อไปนี้ บางคนได้รับโอกาสน้อยมาก แต่สำหรับบางคนอาจเรียกได้ว่าเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว โดยใครจะมีฟอร์มอย่างไรบ้าง นับจากนี้เราจะได้ทราบกัน

ปกเกล้า อนันต์

ฟอร์มการเล่นกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อาจจะไม่โดดเด่น แต่ด้วยมาตรฐานและการได้ร่วมงานกันเมื่อครั้งที่มาโน่คุม บียู มันก็น่าจะมีข้อดีตรงที่โค้ชรู้จักนักเตะและไม่ต้องใช้เวลาปรับจูน กระนั้นด้วยตัวผู้เล่นรายอื่นที่เข้าตากว่า ปกเกล้า จึงได้รับโอกาสลงสนามแบบน้อยนิดและฟอร์มก็ไม่ได้โดดเด่น

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

กองกลางตัวรับจาก ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องกับต้นสังกัด ฉะนั้นมันจึงไม่แปลกที่ มาโน่ จะเรียกมาติดทีม โดยการแข่งขันในรอบแรก ไทยจะเป็นฝ่ายบุกเสียเป็นส่วนใหญ่ ทำให้บทบาทของเจ้าเต้มีน้อยจนถึงขั้นเปลี่ยนตัวออก แต่พอเข้าสู่รอบรองและรอบชิง บทบาทของเจ้าตัวโดดเด่น และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกมรับงานเบาขึ้น รวมถึงเกมรุกที่มีการวางบอลยาวจนคู่แข่งต้องหงายหลัง

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

ผลงานกับ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด อาจจะไม่โดดเด่นมาก แต่ด้วยผลงานเก่าๆก็ยังมีผลให้ มาโน่ เรียกเจ้าเฟ้ยมาติดทีม กระนั้นการติดทีมในรอบนี้ก็ต้องทำใจต่อโอกาสที่ลดน้อยถอยลง แต่พอเมื่อมีโอกาสลงสนามในฐานะตัวสำรอง เจ้าตัวก็ไม่สามารถฉายความโดดเด่นออกมาได้เลย

วีระเทพ ป้อมพันธุ์

โชว์ฟอร์มได้ดีกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด จนได้รับโอกาสครั้งสำคัญจาก มาโน่ ในการถูกเรียกมาติดทีมในครั้งนี้ซึ่งหากดูจากตำแหน่งและผู้เล่นรายอื่น เจ้าเตอร์จะต้องเป็นอะไหล่สำรองอย่างหลีกเลี่ยงได้ กระนั้นพอโอกาสมาถึงกับการลงเล่นเป็นตัวจริง ในเกมกับ สิงคโปร์ เจ้าตัวได้แผงฤทธิ์ความเทพออกมา จนมีความคล้ายคลึงกับ สารัช อยู่เย็น เลยทีเดียว ทำให้ในรอบรองและนัดชิง เจ้าตัวจึงได้รับโอกาสมากขึ้น อีกทั้งในเกมกับ อินโดนีเซีย ก็ได้รับหน้าที่สำคัญด้วยการถอยมายืนเป็นกองหลัง ฉะนั้นสำหรับเจ้าเตอร์ ทัวร์นาเมนต์นี้ คือ การแจ้งเกิดอย่างเต็มตัว

พิชา อุทรา

ในเลกแรกกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด เจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้ดีจนได้รับโอกาสจาก มาโน่ ให้ติดทีมในรอบ 30 คนสุดท้าย หลังจากก่อนหน้านี้ถูกเรียกติดทีม แต่มักโดนตัดชื่อออก ซึ่งการเป็นน้องใหม่ของทีมชุดใหญ่ โอกาสจึงน้อยนิดและยังไม่ถึงเวลาแจ้งเกิดเหมือน วีระเทพ เพื่อนร่วมสโมสร

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปผลงาน ผู้รักษาประตู

ทีมชาติไทย ในศึก AFF SUZUKI CUP 2020

ศึก AFF SUZUKI CUP 2020 ครั้งนี้ ตำแหน่งผู้รักษาประตู ดูเหมือนจะเป็นตำแหน่งที่แฟนบอลสบายใจค่อนข้างมาก เพราะสามารถส่งใครลงก็ได้ แต่พอการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้น การเล่นแบบหวาดเสียว การเล่นที่ผิดพลาด อาการบาดเจ็บ และเรื่องกวนใจสนาม ก็มีผลให้แฟนบอลต้องลุ้นและติดตามทุกนัด ซึ่งผลสรุปของนายทวารทั้ง 3 จะเป็นอย่างไร ไปตามอ่านกันได้ด้านล่างนี้

ฉัตรชัย บุตรพรหม

เจ้าบอย ได้รับโอกาสให้เป็นมือ 1 ของทีม เพราะด้วยสไตล์ที่ออกบอลด้วยเท้าได้ดี มันจึงดูเข้ากับทรงบอลของ มาโน่ มากที่สุด อีกทั้งฟอร์มการเล่นก็เหนียวหนึบดี กระนั้นการออกบอลตัดบอลแบบมั่นใจมากเกินไป บางทีมันก็เกือบเกิดความผิดพลาด จนแฟนบอลร้องเสียวและตำหนิ อย่างไรเสียในเกม กับ เวียดนาม นัดที่ 2 เจ้าตัวต้องประสบกับอาการบาดเจ็บและต้องพักยาว 6-8 เดือน นั่นจึงเท่ากับว่าไทยลีกฤดูกาลนี้ เจ้าบอยจะหมดสิทธิ์ลงสนามเป็นที่แน่นอนแล้ว  

ศิวรักษ์ เทพสูงเนิน

นายทวารสูงวัยจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถูกเรียกติดทีมตามโผ อีกทั้งการต้องรับบทบาทมือ 2 ของทีม ก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ หาก มาโน่ ต้องการผู้รักษาประตูที่ออกบอลด้วยเท้าได้ดี กระทั่งเกมแรกที่ได้รับโอกาสลงสนาม กับ สิงคโปร์ เจ้าตัวก็โชว์ฟอร์มได้ดีและไม่มีข้อผิดพลาด เช่นเดียวกันกับเกมที่ลงมาแทน ฉัตรชัย ในนัดที่ 2 กับ เวียดนาม แต่อย่างไรเสีย เกมกับ อินโดนีเซีย นัดที่ 2 เจ้าแชมป์ ดันก่อความผิดพลาด จนมีผลให้เสีย ถึง 2 ประตู กระนั้นยังดีที่ทีมยิงตุนมาแล้ว 4 ลูก มิเช่นนั้นคงดูไม่จืดแน่

กวินท์ ธรรมสัจจานันท์

นายทวารตัวใหม่ของ การท่าเรือ เอฟซี ต้องตกเป็นมือสองและไม่ได้รับโอกาสลงสนาม กับ โอเอช ลูเวิน เลย กระนั่น มาโน่ ได้เล็งเห็นถึงฝีมือและประสบการณ์ จึงเรียกเจ้าตองมาติดทีมในตำแหน่งมือ 3 ซึ่งตรงจุดนี้อาจมีดราม่าว่าเหตุใดถึงไม่เรียกนายประตูที่เล่นอยู่ในไทยลีก ทั้งที่โชว์ฟอร์มดีหลายคน อย่างไรเสียด้วยอาการป่วยของคุณพ่อ

.ก็ได้เป็นผลให้เจ้าตัวต้องออกจากแคมป์และกลับไทยกะทันหัน ก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์ความเป็นมืออาชีพด้วยการกลับมายังแคมป์ แล้วต้องพบข่าวร้ายว่าคุณพ่อได้เสียชีวิตลงก่อนเกม กับ อินโดนีเซีย นัดแรก โดยในเกมนี้เมื่อ ไทย นำห่าง 3 -0 มาโน่ ก็ได้ตอบแทนความเป็นมืออาชีพของตอง ด้วยการส่งลงสนามช่วงท้ายเกมและทีมประสบกับชัยชนะ 4 – 0

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover