Categories
ข่าวกีฬา

“นายทวารดาวดับ เพราะฤทธิ์น้ำเมา”

วรวุฒิ สุขุนา

ข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลไทยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คงหลีกหนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่เจ้าแบงค์ วรวุฒิ สุขุนา อดีตนักฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูของสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้ดื่มสุราและขับรถเก๋งส่วนตัวไปชนผู้ที่กำลังออกกำลังกายจนเสียชีวิตคาที่ 1 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย ซึ่งในตอนแรกนั้น ต้นสังกัดได้สั่งพักงานและหยุดจ่ายเงินเดือนจนกลายว่าคดีจะสิ้นสุด แต่เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 27 ตค. ที่ผ่านมา นาย วิทยา คุณปลื้ม ได้มีมติยกเลิกสัญญา ทำให้กระแสสังคมคลี่คลายไปได้ หลังจากถูกกระแสโจมตีในเรื่องของการออกมาแสดงจุดยืน

เจ้า วรวุฒิ สุขุนา ถือเป็นเด็กในไส้ของชลบุรี เอฟซี ที่ได้รับการปลุกปั้นมาตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน อีกทั้งด้วยฝีมือที่เตะตาโค้ชทีมชาติ จึงถูกเรียกมาเฝ้าเสาให้กับทีมชาติไทยชุดเยาวชน ขณะที่เดียวกันเมื่อ วรวุฒิ เริ่มมีประสบการณ์มากขึ้น ก็ได้ถูกส่งให้ไปเล่นทีมในลีกล่างกับ บ้านค่าย ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี ชุดบี และที่โดดเด่นที่สุดคงหนีไม่พ้นการไปเฝ้าเสาให้ อุทัยธานี เอฟซี ในไทยลีก 3 แล้วสามารถช่วยทีมจนได้แชมป์และเลื่อนชั้น ขณะที่ฟอร์มการเล่นก็โดดเด่นจน ชลบุรี เอฟซี ต้องเรียกกลับมาเป็นมือสำรองของ ชนินทร์

โอกาสทองของ วรวุฒิ ดูเหมือนจะเป็นใจให้เจ้าตัว เพราะการนั่งสำรองเพียง 4 นัด นายทวารมือ 1 ของทีมอย่างเจ้าบาส ดันเกิดอาการบาดเจ็บ ทำให้เจ้าตัวต้องถูกส่งลงสนาม แล้วสามารถโชว์ฟอร์มได้แบบไม่เป็นรอง ซึ่งถึงตรงจุดนี้หากเจ้าแบงค์ยังรักษามาตรฐานแบบนี้ไปได้เรื่อยๆ การแย่งชิงมือ 1 มาอย่างถาวรสามารถเกิดขึ้นได้

กระนั้นด้วยความขาดสติและไม่คิดไต่ตรองอย่างถี่ถ้วน กับการเมาแล้วขับและขับรถไปชนคนตาย มันได้ลบล้างฟอร์มการเล่นที่ผ่านมาทั้ง 6 นัด ลบล้างดีกรี ชื่อเสียงที่สะสมมาทั้งกับสโมสรและทีมชาติ ส่วนนับจากนี้คงไม่ต้องสืบว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราแค่คดีล้มบอล หรืออื่นๆ ยังหมดอนาคตไปจากวงการฟุตบอล ฉะนั้นในเคสที่หนักกว่าและมีคนเสียชีวิตอย่างนี้ คงต้องกล่าวว่าเจ้าแบงค์ ต้องแขวนถุงมือเป็นที่แน่นอนแล้ว

        บทเรียนที่ประเมินค่าไม่ได้ในครั้งนี้ คงเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับนักฟุตบอลไทยทุกคนที่เป็นสายดื่ม ซึ่งหากถามว่าดื่มได้หรือไม่ ก็คงต้องตอบว่าดื่มได้ แต่การดื่มนั้นต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบในตัวเอง ส่วนในเคสของ วรวุฒิ เมื่อไม่มีความรับผิดชอบในตัวเอง แล้วมันดันเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา สุดท้ายราคาที่ต้องจ่าย คือ อนาคตในเส้นทางลูกหนังทั้งชีวิตที่ต้องจบลงเท่านี้ เรื่องคดีความที่ต้องไปต่อสู้ว่าจะต้องติดคุกหรือไม่ ต้องชดใช้ค่าเสียหายอีกไม่รู้เท่าไร และชีวิตจะไปยังไงต่อเมื่อไม่ฟุตบอล ซึ่งเมื่อมองมุมไหนก็ไม่คุ้มที่จะแลกแม้แต่น้อย

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

สรุปเหตุการณ์ วรวุฒิ สุขุนา

เมาแล้วขับชนคนออกกำลังกายเสียชีวิต

จากเหตุการณ์ที่ วรวุฒิ สุขุนา อดีตผู้รักษาประตูทีมชลบุรี เอฟซี ได้เมาแล้วขับและไปประสบอุบัติเหตุชนผู้ที่กำลังปั่นจักรยานจนเสียชีวิตคาที่นั้น ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศที่ไม่จำกัดอยู่แค่วงการฟุตบอลเท่านั้น ซึ่งเหตุการณ์ตลอด 2 วันที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร นับจากนี้จะมาสรุปให้ได้อ่านกัน

หลังเกิดอุบัติเหตุ ได้โทรเรียกพี่ในทีมให้มาช่วย

        เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อเวลาราวตี 4 ครึ่ง วรวุฒิ ได้ขับรถส่วนตัวมาถึงสะพานชลมารควิถีด้วยความเร็วสูงและไปชนกับผู้ที่กำลังออกกำลังกาย จนเสียชีวิตคาที่ 1 และบาดเจ็บสาหัส 1 จากนั้นเจ้าแบงค์ได้โทรติดต่อ ศศิศ สิงโตทอง กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ให้เดินทางมาพบ ซึ่งในทันทีที่มาถึง เฉลิมพงษ์ ที่อยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุรา พยายามจะพารุ่นน้องอย่าง วรวุฒิ ไปหลบในรถ แต่ในระหว่างนั้นได้มีความเข้าใจกันผิดจนเกือบจะมีเรื่อง กระทั่งมีการเคลียร์และสรุปว่าเป็นการเข้าใจกันผิด

แถลงการณ์ฉบับแรก

ช่วงสายๆของวันที่ 26 ตค. แฟนเพจชลบุรี เอฟซี ได้ออกแถลงการณ์ฉบับแรกด้วยการไม่ส่งชื่อ วรวุฒิ ลงแข่งขัน และจะไม่จ่ายเงินเดือนจนกว่าคดีความจะเสร็จสิ้น ขณะที่ เฉลิมพงษ์ จะส่งชื่อลงแข่งขันก็ต่อเมื่อมีการสอบสวนแล้วว่าไม่มีความผิด โดยประเด็นที่ถูกวิจารณ์อย่างดุเดือด คือ การลงโทษ วรวุฒิ ที่เสมือนเป็นการพักงาน ต่างกับเคสในต่างประเทศที่ยกเลิกสัญญาทันที เมื่อนักกีฬาเมาแล้วขับ แม้ไม่มีผู้เสียชีวิตก็ตาม

การประกาศลาออกของ ศศิศ สิงห์โตทอง

ช่วงดึกๆราว 4 ทุ่มของวันที่ 26 ตค. ศศิศ สิงโตทอง ในฐานะผู้จัดการทีมที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวตั้งตัวตีสำหรับการดื่มกินเมื่อคืนก่อน จน วรวุฒิ มาประสบเหตุอย่างที่ทราบกัน ได้อัดคลิปและโพสต์ลงในของ ชลบุรี เอฟซี ซึ่งเนื้อหาในคลิปได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ก่อนจะจบคลิปด้วยการประกาศลาออก เพื่อรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น   

แถลงการณ์ฉบับที่สอง  

        ช่วงเช้าของวันที่ 27 ตค. วิทยา คุณปลื้ม ในฐานะประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี ได้ออกโรงแถลงการณ์และจัดการเรื่องต่างๆนับจากนี้ เริ่มตั้งแต่การยกเลิกสัญญากับ วรวุฒิ สุขุนา โดยมีผลตั้งแต่บัดนี้ พร้อมกับดูแลช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเต็มที่ ส่วนการประกาศลาออกของ ศศิศ สิงโตทอง บอร์ดบริหารของทีมได้มีมติเอกฉันท์ตามความต้องการของเจ้าตัว ซึ่งหลังจากแถลงการณ์ฉบับนี้ออกมา แฟนบอลต่างพึงพอใจกับการแสดงจุดยืนที่ไม่ควรเข้าข้างผู้กระทำความผิดและมีความรับผิดชอบที่จะเยียวยาอย่างเต็มที่

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

“กระต่ายยิงรัวส่งท้าย”

บีจี ปทุม ไม่ผ่อนคันเร่ง ถล่ม ชลบุรี ส่งท้าย 4-1

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 30 หรือนัดสุดท้ายของฤดูกาล ณ สนามปทุมธานี สเตเดี้ยม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ที่การันตีอันดับ 2 จะต้องพบกับ ชลบุรี เอฟซี ที่ต้องการจบซีซั่นแบบสวยๆ สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม เจ้าบ้านใช้ 4-3-3 แบบผสมตัวสำรอง ส่วนทีมเยือนวาง 4-2-3-1 โดยให้โอกาสบางคนที่ไม่ค่อยได้ลงเช่นกัน

บีจี ปทุม เริ่มเกมด้วยการเคาะบอลจากหน้าบ้านตัวเอง แล้วเข้าไปในแดนคู่แข่งแบบไม่จ่ายขวางพร่ำเพื่อ ก่อนที่ผู้เล่นทางริมเส้นจะอาศัยการเลี้ยงจี้เลี้ยงตัดแล้วยิง จนเกือบได้ประตู ขณะเดียวเดียวกัน ชลบุรี ต้องแพ็คเกมรับตั้งแต่แดน 3 แต่ก็รับมือไม่อยู่ กระนั้นประตูนำ 1-0 ของเจ้าถิ่น มาจากความผิดของ เอลสตรอง ที่สื่อสื่อกับ ทัดพิชา ไม่เคลียร์ สุดท้ายกลายเป็นโขกเข้าประตูตัวเองแบบสุดสวย

ครึ่งหลัง บีจี ปทุม ควรได้ประตูนำ 2-0 อย่างยิ่ง เพราะการต่อขึ้นมาแบบสุดสวย มันเป็นผลให้ทีมเยือนไล่เพรสไม่เจอบอล แต่การจบสกอร์ของ เจนรบ นับว่าผิดหวัง กลับกันพอเป็นคราวของ ชลบุรี พวกเขาสามารถตีเสมอ 1-1 จากการแทงบอลที่ไม่น่ามีปัญหา แต่ ประสิทธิ์ จับจังหวะบอลผิด กระทั่งเด้งขาตัวเองแล้ว คานยุบ ได้ล่อเป้าง่ายๆ อย่างไรเสีย บีจี ปทุม ไม่เสียอาการและยังเดินหน้าต่อได้ แล้วใช้เวลาไม่นานก็ยิงขึ้นนำ 2-1 จากการเคาะขึ้นมาและหนีเพรสซิ่งฝ่ายตรงข้ามไปที่ฝั่งซ้าย ก่อนจะไหลย้อนมาหน้ากรอบให้ พีรพงษ์ ยิงเสียบหน้าต่างเสาไกล จากนั้นเหมือนสกอร์ไหล เพราะประตู 3-1 มีลักษณะคล้ายๆประตูที่ 2 แต่ในจังหวะสุดท้ายมีการฟาวล์ในกรอบ การทำประตูจึงมาจากจุดโทษ ส่วนประตู 4-1 เป็นการขึง แล้ววางข้ามไลน์ ดิโอโก้ให้ เบียดชนะเหลี่ยม เคลิช เข้าไปล่อตาข่าย

      บทสรุปจากเกม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล่นได้น่าประทับใจ โดยเฉพาะการเซตขึ้นมาแบบไม่มีจ่ายเสียง่ายๆ อีกทั้งมันยังช่วยให้การเพรสซิ่งบริเวณแดนกลาง สามารถพานบอลไปถึงแดนหน้า กระทั่งยิงประตูได้แบบมากมาย  ส่วนเกมรับก็ไม่มีปัญหา นอกเสียจากความผิดพลาดส่วนบุคคที่ทำให้เสียประตู ขณะที่ ชลบุรี เอฟซี ไม่ถึงกับฟอร์มแย่ แต่คุณภาพสู้เจ้าถิ่นไม่ได้ ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากความพยายามที่จะเพรสซิ่งกลางสนาม เพื่อให้บอลไม่หลุดเข้าไปในแดนอันตราย แต่ยิ่งไล่เท่าไรก็ไล่บอลไม่จนมุมและต้องวิ่งหน้าตั้งกลับมาหน้าประตู สุดท้ายจึงต้านไม่อยู่และต้องพ่ายแพ้ไป

ติดตาม ข่าวกีฬา ในทุกสัปดาห์ได้ที่ livethaileague.com

FB : Sport lover

Categories
ข่าวกีฬา

ชลบุรี นำห่าง 0-3 แต่เมืองทองรัว 3 เม็ดใน 20 นาที

“20 นาทีแรก” ชลบุรี นำห่าง 0-3 แต่เมืองทองรัว 3 เม็ดใน 20 นาที จนจบเจ๊า 3-3 แบบดราม่า

ศึกฟุตบอลรีโว่ไทยลีก นัดที่ 2 ของฤดูกาล ในส่วนของวันอาทิตย์ มีเกมโคตรบิ๊กแมตช์รออยู่ที่ธันเดอร์โดม สเตเดี้ยม ระหว่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฐานะเจ้าบ้าน เปิดรังพบกับคู่แค้นร่วมชาติอย่าง ชลบุรี เอฟซี สำหรับผังการเล่นของทั้ง 2 ทีม กิเลนผยองมาในระบบเดิม คือ 4-1-4-1 ขณะที่ฉลามชลปรับมาเป็น 4-4-2 แบบไดม่อน

          เกมการแข่งขันในครึ่งแรก ทั้ง 2 ทีม ต่างใช้การบีบและเพรสซิ่งกันตั้งแต่กลางสนาม แต่หากให้เจาะลึกลงไปจะพบว่า เมืองทอง ออกอาการมากกว่า กล่าวคือ เมื่อเจอการบีบและเพรสซิ่งมักจะเสียบอลง่ายๆ ทำให้ผู้ที่เสียบอลยากกว่าอย่าง ชลบุรี สามารถต่อบอลขึ้นมาได้น่าหวาดเสียว กระทั่งมาได้ประตูนำ 0-1 ซึ่งในจังหวะนี้ต้องติงไลน์แมนที่ยกธงในจังหวะก่ำกึ่ง กระนั้นก็ต้องโทษผู้เล่นในแนวรับของเมืองทอง ด้วย ที่เลือกจะหยุดชะงักทั้งที่ไม่มีเสียงนกหวีด

เมืองทอง ยูไนเต็ด
เมืองทอง ยูไนเต็ด

          เกมในครึ่งหลัง เมืองทอง ยังแสดงความผิดพลาดแบบเดิมๆ แล้วเพิ่มเติมคือผิดพลาดหนักกว่าในครึ่งแรก โดยลูก 0-2 ต้องยอมเพราะความสุดยอด แต่ลูก 0-3 แนวรับกิเลนผยองยืนหลวม ไม่ตามประกบ ได้แต่เคลียร์ทิ้งและเก็บบอลจังหวะ 2 ไม่ได้ ทำให้การกดซ้ำไปซ้ำมากลายเป็นประตู 0-3 กระนั้นการผ่อนเกม

และการเปลี่ยนตัวที่ไม่สามารถทดแทนตัวจริงได้ มันได้กลายเป็นผลให้เกมของชลบุรี มีความหละหลวมในการประกบตัวจนโดนยิงไล่มา 1-3 จากนั้นฉลามชล ก็เริ่มออกอาการเมาหมัดในเกมรับ แล้วมาโดนลูก 2-3 ส่วนจุดโทษและประตูตีเสมอ 3-3 จังหวะนี้ผู้ตัดสินผิดพลาด เพราะโดนบอลก่อนและไม่ยอมเช็ค VAR

          บทสรุปจากเกม เมืองทอง ยูไนเต็ด โชว์ฟอร์มได้ต่ำว่ามาตรฐานราว 70 นาที แต่การเปลี่ยนตัวได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนของเกม เพราะลงมาแล้วสามารถยกระดับเกมได้ ในขณะที่คู่แข่งเปลี่ยนแล้วแย่ลง ทำให้ในช่วง 20 นาทีที่เหลือ กิเลนผยองสามารถยิงไล่มาได้ 2 ลูก ก่อนจะได้ส้มหล่นจาการตัดสินที่ผิดพลาด ฉะนั้นจึงต้องกล่าวว่า  1 แต้ม

ในวันนี้ มาจากการแก้เกม ความมุ่งมั่น และโชคเข้ามาผสม ส่วนทางฝั่ง ชลบุรี เอฟซี ครองเกมไว้เหนือกว่าและได้สกอร์ที่ต้องการ ทำให้ในช่วง 20 นาที ขอเพียงแค่ประคองให้จบ แต่การผ่อนเกมและการเปลี่ยนตัวผู้เล่น ดันมีผลอย่างใหญ่หลวง เพราะเมื่อเปลี่ยนแล้วทดแทนตัวจริงไม่ได้ แถมยังต้องลงมาเจอกับคู่แข่งในช่วงเวลาที่พีคขึ้นพอดี อีกทั้งยังมาเจอการตัดสินที่ผิดพลาด ทำให้วันนี้กลายเป็นฝันร้ายของฉลามชล  

เมืองทอง ยูไนเต็ด
เมืองทอง ยูไนเต็ด

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com

Categories
ข่าวกีฬา

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ฟุตบอลไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22 จะเปิดฉากฟาดแข้งในสัปดาห์หน้าแล้ว ซึ่งแน่นอนว่าการเปิดฤดูกาลในทุกซีซั่น ทุกคนล้วนแต่จับจ้องไปที่ทีมเต็งก่อน ในขณะที่ทีมม้ามืดจะเป็นที่ฮือฮาก็ต่อเมื่อผลงานพุ่งแรงขึ้นมา โดยจากการสอดส่องและเฝ้าสังเกต ก็มี 4 ทีม ที่เข้าข่ายต่อการเป็นม้ามืดประจำซีซั่นนี้      

สมุทรปราการ ซิตี้

          เขี้ยวสมุทรต้องเสียผู้เล่นตัวหลักไปหลายคนในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้หลายคนอดห่วงไม่ได้ว่าจะไหวไหม แต่กระนั้นด้วยความเป็นญี่ปุ่นและสไตล์การทำทีมที่เน้นระบบ โดยไม่พึงซุปตาร์ จึงเชื่อว่า อิชิอิ จะทำทีมให้อยู่ในทรงเดิมและอยู่บริเวณกลางตาราง แต่หากเครื่องร้อนถึงขีดสุดเมื่อไร พวกเขาอาจเป็น 1 ในทีมที่มีลุ้นตั๋วถ้วยเอเชียก็ได้

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ชลบุรี เอฟซี

          ฉลามชลยืนกล้าขาแข็งกับการใช้ตัวเยาวชนของทีมเป็นกกลุ่มผู้เล่นตัวหลัก อีกทั้งการได้โค้ชเตี้ย เข้ามา ก็ช่วยให้ระบบและทีมเวิร์คทำได้อย่างลงตัว แต่กระนั้นเมื่อช่วงครึ่งฤดูกาลหลังที่ผ่านมา การเสริมตัวต่างชาติจัดว่าล้มเหลวสุดๆ ทำให้ผลงานดรอปตามลงไปด้วย อย่างไรเสียในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาได้ตัวต่างชาติจากโคราชถึง 2 ราย นั่นคือ คานยุบ กับ มูริลโล่ ซึ่งการเสริมน้อยแต่เปี่ยมคุณภาพแบบนี้ จึงเชื่อว่าฉลามชลตัวนี้มีสิทธิ์สูงอย่างยิ่งที่จะเป็นม้ามืดของศึกไทยลีก 1

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

          สภาพทีมที่อุดมไปดูตัวเยาวชน อีกทั้งในช่วงปิดฤดูกาลก็ไม่ได้เสริมตัวดังเข้ามา ทำให้สายตาที่เพ่งไปอาจจะน้อย แต่กระนั้นอยากให้ติดตามดูฝีมือของ มาริโอ้ ยูรอฟสกี้ ที่เป็นกุนซือใหญ่ ซึ่งเมื่อฤดูกาลก่อนแสดงให้เห็นแล้วว่าการใช้เด็กได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด หากเน้นการเล่นที่เป็นทีม อีกทั้งน่าติดตามว่าตัวต่างชาติที่มีจะช่วยยกระดับทีมได้ขนาดไหน แต่ที่แน่ๆเชื่อว่ากิเลนผยอง ปีนี้ มีลุ้นทำอันดับดีๆ ไม่ร่วงไปตารางอีกเป็นแน่

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืด ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

          แข้งเทพจัดเป็นราชาที่ไร้ซึ่งถ้วยรางวัลประดับบารมี เพราะในยุคของมาโน่ เคยมีแต่เกือบในฐานะรองแชมป์ ส่วนการเข้ามาของโค้ชแบน ก็ค่อยๆพา บียู ที่อยู่กลางตาราง ขึ้นมาจบอันดับที่ 5 แบบมีลุ้นตั๋วถ้วยเอเชีย ฉะนั้นในฤดูกาลใหม่นี้ โค้ชแบน ได้ทำทีมแบบเต็มสูบ แถมยังมีตัวมาเสริมอีก ทำให้สามารถมองได้ว่าแข้งเทพในปีนี้ มีสิทธิ์จะเป็นม้ามืดอีกราย ที่ก้าวขึ้นมาท้าทายทีมอื่นในกลุ่มหัวตาราง

ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22
ใครบ้างที่มีโอกาสเป็นม้ามืดในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2021/22

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com