ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก

ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก !

Facebook
Twitter
WhatsApp

แม้ว่าตอนนี้ อากิระ นิชิโนะ จะเป็นอดีตกับทีมชาติไทยไปแล้ว แต่ควันหลงต่างๆนาๆยังมีอีกหลายเรื่องให้ได้พูดถึง ซึ่งตลอดเวลากว่า 2 ปี มันก็มีพฤติกรรมหลายอย่างที่สื่อว่าจริงๆแล้ว นิชิโนะซัง อาจไม่ได้เต็มใจและต้องการมาคุมทีมชาติไทย ตั้งแต่แรก

การยื่นข้อเสนอที่มิอาจปฏิเสธได้

หลังจาก นิชิโนะ เสร็จภารกิจในการนำทีมชาติญี่ปุ่น ลุยฟุตบอลโลก 2018 กระทั่งทัวร์นาเมนต์จบลง JFA ก็ได้หาโค้ชคนใหม่เข้ามา ส่วนนิชิโนะ ลงมาทำงานกับสมาคม จากนั้นเวลาต่อมาสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ติดต่อและบินไปเจรจาถึงญี่ปุ่น

เพื่อเอา นิชิโนะ มาคุมทีมชาติไทยให้ได้ นอกจากนี้ยังมีการมอบข้อเสนอและเงินเดือนที่สูงถึง 3 ล้านบาท/เดือน เพื่อล่อใจกุนซือมากประสบการณ์ผู้นี้ ซึ่งในมุมของกุนซือชาวญี่ปุ่น มันสามารถมองได้ว่าเขามาหาถึงที่ แถมให้เงินเดือนมหาศาล มันยากที่จะหาเหตุผลมาปฏิเสธ

ฉะนั้นการรับงานไปก่อนก็คงไม่เสียหายอะไร เพราะมันก็เป็นประสบการณ์ใหม่ที่จะได้ทำงานในต่างแดน อีกทั้งมันไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆ ที่จะได้ค่าเหนื่อยสูงถึงขนาดนี้

ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก
ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก

อายุการทำงานโค้ชเหลือไม่มาก

นิชิโนะ ตอนมารับงานคุมทีมชาติไทย อายุ 63 ปีแล้ว ซึ่งด้วยวัยขนาดนี้ อายุการทำงานเหลือเต็มที่ คือ 8-10 ปี ทีนี่สมาคมฟุตบอลกล่าวว่าต้องการให้ นิชิโนะ เข้ามาวางรากฐาน

แต่กระนั้นการวางรากฐานมันต้องใช้เวลา 5-10 ปีขึ้นไป ฉะนั้น นิชิโนะ จึงไม่เหมาะ อีกทั้งการที่เจ้าตัวเติบโตและเห็นพัฒนาการของฟุตบอลญี่ปุ่น ก็น่าจะรู้ดีว่าตัวเองอายุขนาดนี้ คงวางรากฐานระยะยาวไม่ได้ แต่ในเมื่อเขามาจ้าง ก็ทำในลักษณะมือปืนรับจ้างไป

ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก
ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก

ไม่เอาสตาฟโค้ชเพื่อนร่วมชาติมาทำงานด้วย

การมาทำงานนอกประเทศครั้งแรก แล้วสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้เลย ทำให้การถ่ายทอดข้อมูลของ นิชิโนะ ต้องผ่านล่ามเพียงอย่างเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดีอุปสรรคการทำงานมันก็ได้เพิ่มขึ้น เพราะตัวนิชิโนะ เลือกจะมาตัวคนเดียว ไม่มีสตาฟญี่ปุ่น แต่ดันรับงานคุมทีม 2 ชุด

ได้แก่ ชุดใหญ่ กับ U-23 ซึ่งภาพที่ปรากฎออกมา คือ การทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ กล่าวคือ หากทั้ง 2 ชุดนี้ แข่งขันในเวลาใกล้ๆกัน นิชิโนะแทบจะหัวหมุน เพราะไม่มีการแบ่งทีมทำงาน การซ้อมจึงทำได้ไม่เต็มที่อย่างที่กุนซือชาวญี่ปุ่นต้องการ สุดท้ายผลงานจึงออกมาดีสลับแย่

โดยหาก นิชิโนะ ตั้งใจจะมาทำงานกับทีมชาติไทยจริงๆ ก็น่าจะรู้ดีว่าต้องหาคนที่รู้ใจมาเป็นผู้ช่วยกับรับเหมาดูแลทีมชุด U-23 เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น

ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก
ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก

เดินทางกลับบ้านบ่อย

การเดินทางกลับบ้านไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา นิชิโนะ กลับญี่ปุ่นบ่อย อีกทั้งเมื่อกลับไปก็จะติดต่อได้ยากแม้มีผู้ประสานงาน อีกทั้งการกลับบ้านเมื่อหนล่าสุดก็ได้สร้างความเสียหายกับทีมชาติไทย

กล่าวคือ ฟุตบอลไทยประกาศวันกลับมารีสตาร์ทตั้งนานแล้วว่าจะเตะในเดือนตุลาคม แต่กว่า นิชิโนะ จะกลับมา โปรแกรมก็เหลืออีกเพียง 3 นัด การไปดูตัวนักเตะจึงไม่ทันการณ์ นอกเสียจากฟังข้อมูลของสตาฟ หรือดูผ่านหน้าจอ

ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก
ความจริง นิชิโนะ อาจไม่ได้ต้องการมาคุมทีมชาติไทยตั้งแต่แรก

ติดตามข่าวสารใหม่ได้ที่ livethaileague.com

Facebook
Twitter
WhatsApp
Email